จากกรณีมหากาพย์ดราม่าที่สังคมไทยกำลังจับตารอคอยความจริงอย่างถึงที่สุด สำหรับประเด็นเรื่องเส้นทางการเงินบริจาคของ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ของดาราสาว “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” กับประเด็นโครงการก่อสร้างพูลวิลล่าหรูที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางรายการ “โหนกระแส” โดยพิธีกรตัวพ่อ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้ร่วมเจาะลึกหลักฐานกับผู้รับเหมาและทีมทนายความอย่างต่อเนื่อง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2569) รายการ “โหนกระแส” ได้หยิบยกมรสุมชีวิตของ บุ๋ม ปนัดดา ขึ้นมาเจาะลึกเป็นวันที่ 3 โดย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ (ผู้การแต้ม) อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ร่วมวิเคราะห์ถึงการออกมาเคลื่อนไหวชี้แจงของฝ่ายชายว่า
“การที่ออกมาก็เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงบทบาทของการรับผิดชอบ ในการแถลงครั้งนี้ แต่จะรับผิดชอบเพื่อใครอะไรก็แล้วแต่ อย่างน้อยก็ได้ออกมา แต่สิ่งที่ออกมาพูดบางทีมันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคุณไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเลย ก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกอันหนึ่ง การออกมาถ้าพูดอย่างนี้ก็คือการรับว่ามีการรับเงินโอนไปจริง ถ้ารับไปจริงคุณก็ต้องพิสูจน์ว่าเงินที่ออกไป ไปทำบุญมูลนิธิจริงหรือไม่ ถ้าเกิดไม่จริงมันก็จะขัดคำพูดคุณ มันก็จะเป็นโทษของคุณเหมือนกัน แต่คุณบุ๋มที่โอนไปก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เพราะเป็นเงินของมูลนิธิ การจะโอนไปก็จะต้องผ่านคณะกรรมการ คนสั่งเป็นอย่างไร ก็ต้องว่ากันตามนั้นครับ

ต้องไปดูยอดที่โอนจากมูลนิธิ เข้าส่วนไหนบ้าง ผ่านช่างเอ๋เท่าไหร่ แล้วถอนมาเท่าไหร่ แล้วเงินตัวนี้แฟนคุณบุ๋มต้องชี้แจงให้ได้ว่าเอาไปใช้อะไรบ้าง ถ้ามันมีตัวรับ อย่างเช่น เอาไปสร้างมูลนิธิ 80,000,000 ก็ยังพอเชื่อได้ แต่ถ้าสมมุติเอาไป 80,000,000 แล้วเอาไปสร้างสัก 40 แล้วอีก 40 ไปไหน มันก็ต้องวนกลับมาไหม หรือคุณแอบเอาไปเที่ยวใช้จ่ายกับเด็กก็ว่าไป ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ เพราะยอดเงินตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เดี๋ยวเวลามีคดีฉ้อโกงประชาชน มันจะเข้ากฎหมายฟอกเงิน การฟอกเงินก็จะตามเส้นเงินทั้งหมด ดอกหรือผลต่างๆ ก็ต้องเอาคืนให้หมด เพื่อตกมาเป็นของแผ่นดิน ดังนั้นให้เขาพูดยังไงที่ไม่ถูกต้องยังไงเดี๋ยวตรวจสอบได้”
ทางด้าน เอกภพ สายไหมต้องรอด ได้เปิดมุมมองถึงโครงสร้างการบริหารจัดการเงินของมูลนิธิ ซึ่งปกติต้องผ่านมติคณะกรรมการ พร้อมชี้ว่า คำชี้แจงของ “ก๊อต อธิป” ที่พยายามรับผิดชอบคนเดียวนั้น ไม่ได้เป็นผลดีกับสาวบุ๋มเลยแม้แต่น้อย โดยเอกภพเผยว่า “กำลังคิดว่าโครงสร้างของมูลนิธิ เวลาจะโอนเงิน จะทำอะไรกับเงิน ก็ต้องประชุมกับกรรมการมูลนิธิว่า จ่ายค่างวดงานนะ จะมีการจ่ายค่างวดงานนี้ คณะกรรมการต้องอนุมัติ แต่ว่าสิ่งที่คุณก๊อตพูดผมว่ามันไม่ได้เป็นบวกกับพี่บุ๋ม ผมว่ามันเหมือนกับการรับสารภาพกลายๆ ด้วยซ้ำว่า อะไรยังไง พี่หนุ่มอย่าลืมว่าเวลาไปขึ้นศาล การที่คุณก๊อตพยายามจะรับจบคนเดียว ศาลท่านก็ต้องถามว่า มันเป็นไปได้ไหม ที่การโอนเงินจำนวนมากขนาดนี้ ยอดที่เราดูกับช่างเอ๋วันนั้นก็ยอด 40, 50 ล้าน รวมสร้างพูลวิลล่า ไหนจะช่างเอ็มเมื่อวานนี้ ที่มีส่วนต่างอีก 12,000,000 ช่างอีกคนหนึ่งอีก ผมว่าเม็ดเงินมันมาก มันมากกว่าสิ่งก่อสร้างมันมีอยู่ในมูลนิธิ ณ เวลานี้ด้วยซ้ำ ด้วยความที่พี่บุ๋มก็เป็นคนศึกษาสูง มีความรู้มาก ก็ต้องอาจไปดูหลายๆ องค์ประกอบ แต่ที่เขารับเมื่อกี้นี้ เขาน่าจะให้รายละเอียดกับพี่หนุ่มมากกว่านี้สักนิดหนึ่ง ถ้าเขารับและให้รายละเอียดเยอะกว่านี้ พี่บุ๋มอาจจะรอดก็ได้ ถ้าเขาพูดเยอะกว่านี้ แต่คำถามที่ตอบง่ายๆ เขาก็ไม่ตอบ”


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก โหนกระแส



