หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน มีสัญญาณฮึ่ม ๆ อาจกลับมาปะทุรุนแรงอีกครั้ง หากกลับมารุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันผันผวน กลับมาพุ่งแรงอีกครั้ง “ทีมเดลินิวส์” จึงได้สายตรงสอบถาม “โฆษกลอรี่ – พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ” โฆษกกระทรวงพลังงาน ถึงแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือ หากราคาน้ำมันกลับมาพุ่งแรงอีกรอบ โดยโฆษกลอรี่ ระบุว่า ตั้งแต่มีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและตะวันออกกลาง ทางกระทรวงพลังงาน มีทีมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ให้เกิดความเหมาะสมที่สุด เนื่องจากวิกฤติโลกยังมีความยืดเยื้อ ซึ่งสถานการณ์ที่ยากที่สุด ยังเป็นสงครามตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ และไทยนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 90% ล่าสุดจึงได้เปลี่ยนโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ประคองราคาเท่านั้น
ทั้งนี้กระทรวงพลังงานได้จัดทำแผนบริหารจัดการ 10 ประเด็น
- เริ่มจากให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกันชน ช่วยลดความชันของราคา ไม่ให้ขึ้นตามตลาดโลกเต็มจำนวน โดยยึดหลักการกู้เป็นทางเลือกสุดท้าย
- บริหารจัดการโดยดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่นคืนประชาชน ใช้อำนาจตามกฎหมายทำมาแล้ว 8 รอบ ประมาณ 31,786 ล้านบาท และจะทำต่อจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย
- ลดภาษีแบบมุ่งเป้า โดยที่ประชุมครม. วันที่ 27 ต.ค. ลดภาษีสรรพสามิต บี 20 ประมาณลิตรละ 5.52 บาท และอี 20 ประมาณลิตรละ 5.64 บาท มีผลถึง 27 ม.ค. 70 ส่งผลปริมาณการใช้ต่อวันทั้ง 2 ชนิดแตะ 9 ล้านลิตร ช่วงปลายเดือน ต.ค.
- ใช้น้ำมันชีวภาพแทนน้ำมันดิบนำเข้า ส่งเสริมผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมันเต็มระบบ ทดแทนน้ำมันดิบ เงินหมุนกลับคืนสู่เกษตรกร
- ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ถอดต้นทุนทิพย์ ค่าขนส่ง-ค่าประกัน-ค่าเสียหายสมมุติว่ามาจากสิงคโปร์ ที่แฝงมา 22 ปี ออกจากสูตรคำนวนราคาปลีกในไทย เซฟเงินปีละ 10,823 ล้าน
- ตรึงปริมาณน้ำมันดีเซลไว้ใช้ในประเทศ ยังไม่อนุญาตให้ส่งออกดีเซลหมุนเร็ว เพื่อสำรองให้มีปริมาณเพียงพอในการใช้ในประเทศ
- แผนบริหารวิกฤติที่ชัดเจน คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีเกณฑ์ราคา ความผันผวน และปริมาณสำรอง กำหนดว่าเมื่อใดต้องใช้มาตรการระดับไหน
- กระจายแหล่งพลังงาน เร่งสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทย อันดามัน รวมถึงสำรวจบนบก และกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ ลดการพึ่งพาภูมิภาคเดียว
- ลดการใช้ก๊าซแอลเอ็นจี นำเข้าผลิตไฟฟ้า ด้วยสัดส่วนพลังงานสะอาด โซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านหลังคาเรือน อุดหนุนหลังละ 50,000 บาท
- ในแผนร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) เสริมหลักคิดการใช้พลังงานไฟฟ้า เปลี่ยนจากการเผาน้ำมันนำเข้า มาใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในประเทศ ทั้งในรถ ขนส่ง และอุตสาหกรรม เป็นทางรับมือวิกฤติระยะยาวที่ยั่งยืนที่สุด ไฟฟ้าสะอาดเพิ่มจาก 20% เป็น 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ในระยะยาว



