เมื่อวันที่ 3 พ.ย. เวลา 10.45 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจ “ออยศรีและผองเผือก” พร้อมด้วยนายธนาคาร น้อยพิทักษ์ ทนายความ และนายภูวกร ศรีเนียน ตัวแทนผู้เสียหาย ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี ที่มี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นประธาน ซึ่งมูลนิธิฯ อาจมีการใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ จากการนำเงินไปสร้างพูลวิลล่าที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งไม่ใช่ประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้มีนายโชคชัย หาญนิมิตกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านมวลชน ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เป็นผู้แทนรับเรื่องดังกล่าว
นายธนาคาร กล่าวว่า เรามาดำเนินการทางปกครองโดยยื่นเรื่องขอให้มีการตรวจสอบเรื่องการใช้จ่ายเงินผิดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.ปนัดดา เพราะเราถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ โดย น.ส.ปนัดดาเคยบอกไว้ตั้งแต่วันที่ก่อตั้งมูลนิธิฯ ว่ามีระบบจัดการในตัวดีอยู่แล้ว มีสื่อมวลชนอาวุโสเป็นที่ปรึกษา มีนักกฎหมาย ทำงานไม่มีผิดพลาดแน่นอน แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์โอละพ่อ มีการนำเงินไปใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจเข้าข่ายเกี่ยวโยงถึงกฎหมายฟอกเงินด้วยหรือไม่ และเรามีข้อสงสัยว่า น.ส.ปนัดดามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ อย่างไร

นายธนาคาร กล่าวอีกว่า บริษัทจดทะเบียนนิติบุคคลอย่างถูกต้องและดำเนินธุรกิจทางกฎหมายตามปกติ ไม่ได้อิงกับนักการเมืองใด แม้จะถูกพยายามลดความน่าเชื่อถือในระหว่างการแจ้งความและตรวจสอบ ทั้งนี้กระบวนการยุติธรรมจะเป็นเครื่องพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ด้าน น.ส.บุญยนุช หรือ ออยศรี กล่าวว่า ต้องการให้สังคมเลิกดราม่า และมองข้ามจำนวนเงินบริจาคส่วนบุคคล แต่ให้มุ่งเน้นที่เจตนาของผู้รับว่านำเงินไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่มีความเสียหายจากบุคคลบางส่วนที่พูดจาดีต่อสาธารณชน มีพฤติกรรมชักชวนให้ประชาชนทำบุญจำนวนมหาศาล แต่นำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ขณะที่การตรวจสอบองค์กรมูลนิธิต่างๆ เริ่มกระจายมากขึ้นกว่ามูลนิธิองค์กรทำดีแล้ว โดยตนไม่ได้มุ่งเป้าไปที่มูลนิธินี้เพียงแห่งเดียว แต่อยากเห็นหน่วยงานภาครัฐตรวจสอบทุกมูลนิธิอย่างเท่าเทียมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตนขอย้ำว่าไม่ได้มีความโกรธเคือง น.ส.ปนัดดา เพราะทุกวันนี้ยังเรียก “พี่บุ๋ม” และหากได้เจอกัน ก็ยังทักทาย น.ส.ปนัดดา ตามปกติ แต่น.ส.ปนัดดาต้องออกมาชี้แจงทุกอย่าง
ออยศรี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับความเสียหายหลายรายติดต่อเข้ามา แต่มีความกังวลและหวาดกลัวจากการถูกคุกคามหรือตรวจสอบภูมิหลัง ซึ่งรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ได้รับความเสียหาย แต่ไม่กล้ามาเปิดเผยข้อมูล เพราะเกรงจะเสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนกรณีที่มีชาวเน็ตเข้าไปขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัวและสำนักงาน รวมถึงพยายามเชื่อมโยงไปถึงอดีตนักการเมืองที่เป็นเจ้าของพื้นที่ที่ตนเช่าทำเป็นสำนักงานทนายความนั้น ตนขอให้หยุดพฤติกรรมขุดคุ้ยดังกล่าว แม้เจ้าของที่ดินคือ นายสิระ เจนจาคะ อดีต สส. ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับตน

เมื่อถามว่ามีแฟนคลับของ น.ส.ปนัดดา และชาวเน็ตบางส่วนประกาศว่าจะโอนเงินคืนให้ออยศรี 1,000 บาท ออยศรี กล่าวว่า ขอให้ทุกคนตั้งสติและมองภาพรวมให้กว้างกว่าการโอนเงินคืน เนื่องจากประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ใครจะคืนเงินหรือไม่คืนเงิน เพราะหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยข้อมูลว่าพบเงินหมุนเวียนในระบบบัญชีของมูลนิธิฯ สูงถึง 1,000 ล้านบาท จึงอยากให้สังคมมุ่งไปที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงมากกว่า และตนไม่กลัวแฟนคลับมาป่วน
“ขอให้ทุกคนเลิกดราม่า ยิ่งพวกคุณดราม่าใส่ฉัน ยิ่งด่าฉัน ฉันยิ่งชอบ ยิ่งอยากตรวจสอบมากขึ้น และอยากให้พี่บุ๋ม ปนัดดา ดีแคลร์ตัวเองว่าเอาเงินของประชาชนไปเท่าไหร่ ใช้ถูกต้องหรือไม่ มันอยู่ตรงนี้” ออยศรี กล่าว
ออยศรี กล่าวอีกว่า หากสุดท้าย น.ส.ปนัดดาสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ ตนก็จะไม่กล่าวคำขอโทษ เพราะถือว่าตนทำหน้าที่การตรวจสอบความโปร่งใส เป็นสิ่งที่กระทำได้อย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม ตนจะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา ในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เพื่อให้ตรวจสอบการใช้เงินของมูลนิธิดังกล่าวจะเข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่



