วันที่ 3 พ.ย. การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.อุดรธานี ได้รับทราบข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (จังหวัดอุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู) โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก คือ มาตรการเร่งด่วน (ควิกวิน) และโครงการระยะยาว รวมทั้งสิ้น 36 โครงการ วงเงินงบประมาณรวมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน (ควิกวิน / ระยะสั้น) จำนวน 21 โครงการ วงเงินงบประมาณกว่า 950 ล้านบาท และข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว จำนวน 15 โครงการ วงเงินงบประมาณกว่า 3.41 หมื่นล้านบาท โดยที่ประชุม ครม.สัญจรยังได้มอบหมายภารกิจให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดลำดับความสำคัญของโครงการ จัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเดินหน้าโครงการตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับการพิจารณาของ ครม.พบว่าข้อเสนอของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้มีการจัดลำดับกรอบโครงการออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ 1.ข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน มุ่งเน้นโครงการที่มีความพร้อมสูงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับชุมชนรวม 21 โครงการ เช่น โครงการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตโคขุนลุ่มน้ำโขง สู่เกษตรแปรรูปมูลค่าสูงกลุ่มสบายดี, โครงการส่งเสริมการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารกลุ่มสบายดี และโครงการจ้างที่ปรึกษาสำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเวนคืน โครงการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ เป็นต้น
ขณะที่ข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับระบบโลจิสติกส์ การแพทย์ และการท่องเที่ยวระดับสากล รวม 15 โครงการ เช่น โครงการก่อสร้างทางหลวง 4 ช่องจราจรทางหลวงแนวใหม่ เชื่อม ทล.2-ทล.222 (อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี–จ.บึงกาฬ), โครงการศึกษาความเหมาะสมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 7, โครงการพัฒนาศูนย์เชี่ยวชาญระดับพรีเมี่ยมสาขาโรคหัวใจและการปลูกถ่ายอวัยวะ โรงพยาบาลอุดรธานี และโครงการก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง เป็นต้น
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.สัญจร จ.อุดรธานี มอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบหลักเร่งขับเคลื่อนภารกิจให้หน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายให้ประสานสำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาความเหมาะสมและความพร้อมโครงการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ เพื่อจัดหาแหล่งเงินจ้างที่ปรึกษาสำรวจอสังหาริมทรัพย์เวนคืนต่อไป และให้กระทรวงมหาดไทย และ สศช. ศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดบึงกาฬ
ขณะเดียวกัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับ กระทรวงเกษตรฯ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และกระทรวงมหาดไทย รับข้อเสนอด้านการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากร การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น และการกระจายรายได้ ไปบรรจุในแผนปฏิบัติราชการประจำปี และมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว ต่อเนื่องจากมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีต่อเนื่อง เพื่อสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ เป็นต้น



