สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ว่า เมื่อถามว่า “แฮกเกอร์เจาะเข้ามาในตู้เย็นของเราได้จริงหรือไม่” คำตอบก็คือ “เป็นไปได้” ในทางทฤษฎี หากอุปกรณ์เหล่านั้นเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะโดยตรง ผ่านแอปพลิเคชัน บริการคลาวด์ หรือเครือข่ายภายในบ้าน
เป้าหมายที่พบบ่อยที่สุดมักเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และสามารถควบคุมได้จากระยะไกล เช่น กล้องวงจรปิด กริ่งประตูแบบวิดีโอ ระบบสัญญาณเตือนภัย ล็อกอัจฉริยะ อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ และระบบทำความร้อนส่วนกลาง รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะต่าง ๆ อาทิ ตู้เย็น เตาอบ และเครื่องซักผ้า รวมถึงแปรงสีฟันอัจฉริยะบางรุ่น ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
โดยทั่วไปแล้ว แฮกเกอร์อาจสามารถเลือกระหว่างการรวบรวมข้อมูล หรือเข้าควบคุมอุปกรณ์เหล่านั้น เช่น ทำให้กล้องเปิดเผยภาพภายในบ้าน ดักฟังเสียงจากอุปกรณ์ที่มีไมโครโฟน หรือดูข้อมูลทุกอย่างที่ถูกรับส่งผ่านเราเตอร์
Could hackers get inside my fridge? https://t.co/BiPOhm2IKs
— CTV News (@CTVNews) October 13, 2026
นอกจากนั้น พวกเขายังสามารถสั่งเปิดหรือปิดอุปกรณ์ เปลี่ยนการตั้งค่า หรือล็อกไม่ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบัญชีของตนเองได้ ยกตัวอย่างเช่น การเจาะเข้าระบบเทอร์โมสตัท (Thermostat) ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบทำความร้อน หรือการเจาะเข้าระบบตู้แช่แข็ง อาจทำให้ระบบควบคุมอุณหภูมิทำงานผิดปกติ
ในปี 2558 นักวิจัยสามารถเข้าควบคุมรถจี๊ป (Jeep) คันหนึ่งได้จากระยะไกลขณะที่กำลังวิ่งอยู่ ผ่านทางระบบความบันเทิงที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้บริษัทต้องเรียกคืนรถยนต์ประมาณ 1.4 ล้านคัน เพื่อดำเนินการแก้ไขซอฟต์แวร์ และในอีกเกือบ 10 ปีต่อมา นักวิจัยพบช่องโหว่ในระบบของรถยนต์เกีย (Kia) บางรุ่น ซึ่งทำให้สามารถติดตาม ปลดล็อก และสตาร์ตรถได้ โดยใช้เพียงหมายเลขทะเบียนรถ
อย่างไรก็ดี พวกเขาสามารถแก้ไขระบบได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน และไม่มีหลักฐานว่ามีการโจมตีจริง ๆ แต่อย่างใด ขณะที่ยานพาหนะและอากาศยานสมัยใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีระบบความปลอดภัย และระบบสำรอง
สำหรับระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น เครือข่ายไฟฟ้า และประปา มักมีมาตรการรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบ และกฎระเบียบควบคุมหลายชั้น ซึ่งแตกต่างจากอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภค แต่พวกมันไม่ได้ปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์อย่างสิ้นเชิง เพียงแค่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยากกว่ามาก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



