เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เวลา 20.30 น. นางอำนวยพร มณีวรรณ หรือ ทนายกุ้ง พา นายอภิชาติ แซ่ลู่ หรือ ช่างเอ๋ เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ.เพื่อให้ปากคำคดีที่ มูลนิธิองค์กรทำดี ของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี โอนเงินค่าก่อสร้างพูลวิลลา ที่ จ.ภูเก็ต จำนวนหลายสิบล้านบาท
ทนายกุ้ง กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจาก บก.ปอศ. ให้มาพบในฐานะพยาน ด้วยความที่ทางพนักงานสอบสวนต้องการข้อมูลเร่งด่วน ตนพร้อมด้วยช่างเอ๋ จึงรีบเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในคืนนี้ทันที
สำหรับการเตรียมตัวในฐานะพยาน ทนายกุ้งระบุว่า ไม่ได้เตรียมอะไรมากมาย โดยมีการเตรียมความพร้อมตอบคำถามตามข้อเท็จจริงเท่าที่พนักงานสอบสวนต้องการทราบ พร้อมทั้งนำหลักฐานที่มี เช่น สเตทเมนต์และแชตไลน์มามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบสำนวนคดีและการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป โดยในเบื้องต้นยังคงสถานะเป็นพยานและจะให้การไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมด

“จากการตรวจสอบพบยอดรวมเงินที่โอนมาจากมูลนิธิเข้าบัญชีของช่างเอ๋ ทั้งในส่วนของบริษัทและส่วนตัว รวมเป็นเงินทั้งหมดประมาณ 75 ล้านบาท” ทนายกุ้ง กล่าว และว่า ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมาย หากท้ายที่สุดแล้วผลการสอบสวนพบว่าลูกความตนมีความผิดจริงก็ต้องรับไปตามกระบวนการ แต่หากไม่มีความผิดและมีหลักฐานชัดเจนก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง
ทนายกุ้ง ย้ำว่าตนทำหน้าที่ในฐานะทนายความและให้ความร่วมมือกับตำรวจเต็มที่เพื่อให้ความจริงปรากฏ
ด้าน ช่างเอ๋ เปิดเผยว่า รู้สึกเครียดหนักจนนอนไม่หลับมาหลายคืน รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้เรื่องมาถึงจุดนี้ ยืนยันว่าตั้งแต่เริ่มต้น 4 มีนาคม จนถึงปัจจุบัน ตนมีความตั้งใจในการสร้างพูลวิลล่า เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน กับคุณก๊อต ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงหรือผลประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากกำไรจากการขาย
“ตอนแรกเขาตั้งใจจะสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพูลวิลลา 8 หลังในภายหลัง โดยเป็นโครงการที่ร่วมลงทุนกับคุณบุ๋มและคุณก๊อต ซึ่งตนได้พยายามพาลูกค้าและผู้สนใจเข้ามาดูโครงการมาโดยตลอด และมีความภาคภูมิใจในโครงการนี้มาก แต่เมื่อเกิดปัญหาและมีคดีความขึ้น ทำให้รู้สึกเสียใจที่ความตั้งใจดีกลับกลายเป็นคดีความและกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์” ช่างเอ๋ กล่าว

ช่างเอ๋ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมไม่ได้ติดต่อกับคุณก๊อตเลย เนื่องจากติดต่อยากและมีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ โดยเคยโทรไปแล้วแต่ไม่รับสายหรือสัญญาณขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถพูดคุยเคลียร์ใจกันได้ ทั้งที่ตนอยากอธิบายและชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ฟัง ทั้งนี้ตนพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง และหากผลการสอบสวนออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งฝากขอโทษคุณบุ๋มและคุณก๊อตที่ทำให้เรื่องราวบานปลายและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ช่างเอ๋ ยืนยันว่าเคยเจอกับคุณบุ๋มจำนวนหนึ่งครั้ง โดยมีการเจอกันที่ไซด์งานก่อสร้างและพากันไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ซึ่งหลังจากที่ติดต่อคุณก๊อตไม่ได้จึงมีการโทรศัพท์ติดต่อกับคุณบุ๋ม หนึ่งครั้งเพื่อพูดคุยเรื่องเงินจำนวน 1.2 ล้านบาทที่นายก๊อตค้างเอาไว้ค่าสร้างพูลวิลลา



