กระแสความร้อนแรงของคดีความและมหากาพย์เงินบริจาคของ “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ยิ่งขุดยิ่งมีประเด็นใหม่สะเทือนวงการบันเทิงและสื่อมวลชน ล่าสุดกลายเป็นกระแสไวรัลเดือด เมื่อผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรุ่นใหญ่ “ต๊ะ-นรากร” ได้ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อชี้แจงภาพความสนิทสนมที่เคยโผเข้ากอดและร้องไห้ร่วมกับ บุ๋ม ปนัดดา ในวันแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดย ต๊ะ นรากร ได้เปิดใจชี้แจงความจริงอีกมุมว่า ตนกับบุ๋มรู้จักกันเพียงในฐานะเพื่อนร่วมงานรายการ “เคลียร์ชัดชัด” ไม่เคยพูดคุยเรื่องส่วนตัว และไม่มีแม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์มือถือ ในวันแถลงข่าวตนไปในฐานะสื่อมวลชนและเพื่อนร่วมงาน ส่วนภาพโผกอดและร้องไห้เกิดจากความสงสารในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเผชิญความทุกข์จากชีวิตคู่ ไม่ใช่เพราะความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว

ยิ่งไปกว่านั้น ต๊ะ นรากร ยังได้เปิดจุดเปลี่ยนที่เคยทำให้ตนรู้สึก “ผิดหวังและไม่เห็นด้วย” กับการทำงานช่วยเหลือสังคมของ บุ๋ม ปนัดดา ถึง 2 เหตุการณ์ใหญ่ ได้แก่

1. เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปลายเดือนกันยายน 2569 : ตนเคยขอให้บุ๋มช่วยประสานทีมกู้ภัยและเรือเพื่อช่วยชีวิตหมา-แมวเกือบ 400 ตัวที่กำลังลอยคอที่ จ.ฉะเชิงเทรา แต่กลับได้รับคำตอบว่าออกจากบ้านไม่ได้ และนึกไม่ออกว่ารู้จักกู้ภัยคนไหน จนสุดท้ายตนต้องดิ้นรนเองแต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะไม่มีเรือ

2. ภาพลงพื้นที่ตอนตั้งท้อง 7 เดือน : ในช่วงน้ำท่วมเชียงราย ตนเห็นต่างอยู่ในใจว่าการช่วยคนเป็นสิ่งดี แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้หญิงท้องแก่ใกล้คลอดด้วย ไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่เสี่ยงเอง แต่ตอนนั้นเลือกไม่พูดเพราะกลัวกระแส “ทัวร์ลง” และถูกหาว่าอิจฉา

นอกจากนี้ ต๊ะ ยังเผยว่า ตนไม่เคยบริจาคเงินให้มูลนิธิของบุ๋มเลย แต่เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ “ทดลองโอนเงินจำนวน 1 บาท” เข้าบัญชีที่เป็นข่าว เพื่อตรวจสอบข้อมูลชื่อบัญชีผู้รับโอนด้วยตัวเองในฐานะประชาชน

โดย ต๊ะ นรากร ได้ทิ้งท้ายด้วยข้อคิดทางสังคมว่า “การเห็นอกเห็นใจใครสักคน ไม่ได้แปลว่าเราต้องปกป้องเขาไปตลอด และการตรวจสอบใครสักคน ก็ไม่ได้แปลว่าเรากำลังซ้ำเติมเขา… การแสดงความเสียใจกับคนที่กำลังทุกข์ใจ เป็นมารยาททางสังคม ส่วนความถูกต้องและความรับผิดชอบ เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องถูกตรวจสอบได้ การที่ฉันแสดงความเห็นอกเห็นใจบุ๋มในวันนั้น ไม่ได้หมายความว่าฉันเห็นดีเห็นงาม หรือเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่เธอทำ และการที่วันนี้ฉันออกมาตั้งคำถาม ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันกำลังเหยียบย่ำคนที่ล้ม”

ขอบคุณภาพจาก : นารากร ติยายน