แนวคิดการแปลงหนี้เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ( Debt-for-Nature Swaps ) ซึ่งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อช่วยประเทศกำลังพัฒนาลดภาระหนี้ ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทิศทางครั้งสำคัญ เมื่อหลายประเทศเริ่มพิจารณานำกลไกทางการเงินดังกล่าวมาใช้แก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ความมั่นคงทางอาหาร และการศึกษา ซึ่งเป็นความต้องการเร่งด่วนของประชาชนมากขึ้น
เครื่องมือทางการเงินประเภทนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการช่วยประเทศซึ่งได้รับผลกระทบรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ให้สามารถรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่ทำหน้าที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเป็นแนวป้องกันภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้ว โดยอาศัยการปรับโครงสร้างหนี้และนำเงินที่ประหยัดได้ไปลงทุนในโครงการที่สร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแรงกดดันจากเงินเฟ้อและปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้รัฐบาลหลายแห่งต้องจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณใหม่ นายสตีเฟน ลิเบอราโตเร ผู้บริหารด้านการลงทุนเพื่อความยั่งยืนและผลกระทบทางสังคมของบริษัทนูวีน กล่าวว่า หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคงทางอาหารและการศึกษาเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเคนยา ซึ่งกำลังพิจารณาจัดทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนหนี้มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 33,549.88 ล้านบาท ) เพื่อนำเงินไปสนับสนุนโครงการช่วยเหลือด้านอาหาร โดยเคนยาเป็นหนึ่งในประเทศที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) จัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเผชิญภาวะหนี้สิน ขณะที่โมซัมบิก อียิปต์ และกินี-บิสเซา เป็นอีกกลุ่มประเทศที่ใช้กลไกดังกล่าวผ่านความร่วมมือกับโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ ( ดับเบิลยูเอฟพี )
การเปลี่ยนทิศทางดังกล่าวยังสะท้อนความท้าทายในการระดมทุนเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ เนื่องจากโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหลายประเภทไม่ได้สร้างรายได้หรือผลตอบแทนทางการเงินที่ชัดเจนเหมือนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ทำให้ภาคเอกชนยังลังเลที่จะนำเงินทุนเข้ามาสนับสนุน แม้เป้าหมายระดับโลกจะต้องการเงินทุนเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพสูงถึงปีละ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็ตาม ( ราว 6.7 ล้านล้านบาท )
นางมิแรนดา บีแชม ผู้บริหารด้านการลงทุนอย่างรับผิดชอบของบริษัทเอโกน แอสเซต แมเนจเมนต์ สหราชอาณาจักร ระบุว่า การลงทุนเพื่อธรรมชาติยังขาดกระแสรายได้ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดเงินทุนจากภาคการเงิน
Developing nations mulling debt conversions have started treating the deals as a way to tackle basic affordability issues instead of the biodiversity and climate targets they were once intended to address https://t.co/R9tZaZx1KD
— Bloomberg (@business) November 4, 2026
ประเด็นนี้กลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการประชุมสุดยอดความหลากหลายทางชีวภาพของสหประชาชาติ หรือ คอป17 ที่เพิ่งสิ้นสุดลง ณ กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย โดยผู้แทนจากนานาประเทศหารือถึงแนวทางทำให้การอนุรักษ์ธรรมชาติกลายเป็นโอกาสในการลงทุน ขณะที่การประชุมคอป31 ซึ่งจะเริ่มขึ้นที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี จะมุ่งหารือความคืบหน้าในการระดมทุนด้านสภาพภูมิอากาศให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา โดยมีเป้าหมายสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 43.61 ล้านล้านบาท )
สำหรับกลไกแลกเปลี่ยนหนี้เพื่อธรรมชาติ ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการเงินผสมผสาน ที่มีศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนเอกชน โดยมักได้รับการค้ำประกันหรือสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน
หลักการของข้อตกลงคือ ประเทศลูกหนี้นำหนี้เดิมมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินกู้ใหม่ที่มีเงื่อนไขผ่อนปรนกว่าเดิม ทำให้สามารถลดต้นทุนการชำระหนี้ และนำเงินส่วนต่างไปใช้ในโครงการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติ การศึกษา หรือความมั่นคงทางอาหาร บางกรณีมีการออกพันธบัตรเพื่อเสนอขายในตลาดทุนด้วย
ธนาคารเจพีมอร์แกน เชส สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และแบงก์ออฟอเมริกา เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่เคยมีบทบาทจัดโครงสร้างข้อตกลงลักษณะนี้
แม้มีการประเมินเมื่อปีที่แล้วว่า หนี้ทั่วโลกที่มีศักยภาพนำมาแลกเปลี่ยนได้อาจมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ในช่วงปี 2564-2567 กลับมีการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนหนี้ที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนเอกชน สำเร็จเพียงประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 201,299.86 ล้านบาท )
ลิเบอราโตเรกล่าวว่า ข้อตกลงใหม่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาส่วนใหญ่เริ่มมุ่งไปที่โครงการด้านการศึกษาและอาหารมากขึ้น พร้อมคาดการณ์ว่าจะมีธุรกรรมแลกเปลี่ยนหนี้หลายรายการ ที่ออกมาในรูปแบบพันธบัตรเสนอขายต่อสาธารณะในปีหน้า
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า เครื่องมือทางการเงินที่เคยถูกมองว่าเป็นทางออกสำหรับวิกฤติสิ่งแวดล้อม กำลังกลายเป็นกลไกที่ประเทศกำลังพัฒนาพยายามนำมาใช้รับมือกับปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่เร่งด่วนกว่าเดิม ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณและความต้องการเงินทุนที่เพิ่มขึ้นในหลายด้านพร้อมกัน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



