เมื่อวันที่ 6 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกรุกปีนเข้าบ้านเรือนประชาชน แต่ถูกเจ้าของบ้านใช้อาวุธปืนยิงขู่ขับไล่ จนวิ่งหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่าท่ามกลางความมืด ก่อนที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จะสนธิกำลังปิดล้อมและสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด ในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

น.ส.แอน (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี พนักงานออฟฟิศ เจ้าของบ้านเกิดเหตุ ซึ่งยังคงอยู่ในอาการตื่นตระหนก เล่าถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญว่า คืนเกิดเหตุตนกลับบ้านมาเพียงลำพัง ได้ยินเสียงสุนัขที่เลี้ยงไว้เห่าผิดปกติ จึงเดินถือไฟฉายออกไปสำรวจรอบบ้าน เพราะปกติมักมีสัตว์เลื้อยคลานเข้ามาบ่อยครั้ง จังหวะนั้นเพื่อนบ้านโทรฯ มาเตือนว่ามีโจรตระเวนงัดบ้านในหมู่บ้านตั้งแต่ช่วงกลางวันแต่ยังจับไม่ได้

น.ส.แอน จึงเพิ่มความระมัดระวัง เดินตรวจสอบล็อกประตูหน้าต่างทุกบาน โดยไม่คาดคิดว่าคนร้ายจะปีนกำแพงเข้ามาในเขตบ้านบริเวณหลังครัวแล้ว จึงตัดสินใจพกปืนติดตัว และเดินออกไปพร้อมสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน 2 ตัว เมื่อส่องไฟฉายไปที่บริเวณหลังครัวก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบชายแปลกหน้าสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีแดง ยืนอยู่ห่างไปไม่ถึง 10 เมตร

“ในใจคิดว่าต้องเป็นโจรที่ชาวบ้านกำลังตามหาแน่ๆ จึงชักปืนพร้อมตะโกนไล่ว่า ‘มึงมาทางไหน ให้ไปทางนั้น กูมีปืนนะ ออกไป!’ แต่โจรกลับขยับตัวพุ่งเข้ามาหา ตนจึงยิงขู่ขึ้นฟ้า 1 นัด คนร้ายชะงักและพยายามปีนกำแพงหนี แต่กำแพงสูงปีนไม่พ้น จึงหันกลับมาจะพุ่งเข้าหาตนอีกรอบ ตนจึงตัดสินใจยิงขู่อีก 1 นัด คราวนี้คนร้ายเผ่นหนีไปทางประตูด้านหลัง ปีนรั้วสูง 2.5 เมตรออกไป ก่อนจะถูกชาวบ้านและตำรวจไล่จับตัวไว้ได้” น.ส.แอน เล่าด้วยความระทึก

ด้านชาวบ้านวัย 66 ปี ในหมู่บ้าน เปิดเผยว่า คนร้ายรายนี้เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ในหมู่บ้านบ่อยครั้ง ทำให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างหวาดผวามาหลายวัน แม้จะเห็นคาตาแต่ก็ทำได้เพียงขับไล่หรือยิงปืนขู่เท่านั้น ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่มาเจอเจ้าของบ้านใจเด็ด ไม่ยอมอ่อนข้อให้ จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยชาวบ้านเตรียมรวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

เบื้องต้น ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายโซ (ไม่ทราบอายุ) สัญชาติเมียนมา สามารถพูดภาษาไทยได้เล็กน้อย สารภาพว่าติดยาเสพติด ไม่มีงานทำ เร่ร่อนไปเรื่อย และตั้งใจจะเข้ามาขโมยของ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “หลบหนีเข้าราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล”

ทั้งนี้ ชาวบ้านชุมชนหัวทุ่ง ตำบลห้วยใหญ่ ต่างรู้สึกโล่งใจและฝากขอบคุณพลเมืองดี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ที่เข้าระงับเหตุและช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว คืนความสงบสุขให้กับชุมชนอีกครั้ง.