จากกรณีเกิดกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวอิสราเอลในประเทศไทย ในพื้นที่ท่องเที่ยว อ.เกาะพะงัน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงลบ ทั้งในส่วนที่เข้ามาประกอบธุรกิจและนักท่องเที่ยว โดยมีการระบุว่า มีชาวอิสราเอล เข้ามาถือครองที่ดินและทำธุรกิจโดยใช้นอมินีชาวไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมสร้างความเดือนร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวชาติอื่น และผู้ประกอบการชาวไทย โดยกระแสต่อต้านดังกล่าว ได้กระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว จน นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือหาแนวทางแก้ปัญหา ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
ผวจ.สุราษฎร์ฯสั่งลุย! ตั้งชุดเฉพาะกิจ เกาะพะงัน กวาดล้าง นอมินี รุกที่ดิน
ความคืบหน้าวันที่ 9 ต.ค. นางนฤมล ใหม่โสภา นายกสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล กำลังกลายเป็นปัญหาขัดแย้งเป็นวงกว้าง ในฐานะที่ตนเป็นภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ยอมรับว่า ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และที่ผ่านมาทางสมาคมฯ เอง ได้เข้าไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมหารือ เพื่อหาทางแก้ไขและพยายามแยกนักท่องเที่ยวที่มีความขัดแย้งออกจากกัน เพื่อให้เรามีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
“ในช่วง 1-2 ปี การท่องเที่ยวของเกาะพะงัน โตขึ้นกว่าร้อยละ 200 ทำให้เกิดความต้องการด้านที่พัก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว จนทำให้เกินความสามารถของท้องถิ่นที่จะดูแลเองได้ การปรากฏข้อมูลข่าวสารความขัดแย้ง และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล เป็นโอกาสที่ดี ที่ภาครัฐระดับจังหวัด และรัฐบาล จะได้เข้ามาแก้ไขไม่ให้ปัญหาบานปลายเรื้อรัง และให้รัฐสามารถควบคุมได้ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดในการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าว เพราะปัจจุบันบนเกาะพะงันมีชาวต่างชาติอีกหลายชาติ ไม่เฉพาะชาวอิราเอลที่เข้ามาทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ตนในฐานะภาคเอกชน พร้อมให้ความร่วมมือกับการแก้ปัญหาของภาครัฐอย่างเต็มที่” นางนฤมล กล่าว
ข่าวรายงานว่า ล่าสุด กองกำกับการตรวจคนเข้าเมือง จ.สุราษฎร์ธานี รายงานจำนวนชาวอิสราเอลล่าสุดในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า มีจำนวน 4,030 คน แยกเป็น อ.เกาะพะงัน 2,548 คน เกาะสมุย 1,279 คน เกาะเต่า 11 คน และบนฝั่ง 12 คน ขออยู่ต่อระยะยาว 987 คน ในจำนวนนี้เป็นประเภทธุรกิจถึง 349 คน ระยะสั้น 3,043 คน เป็นนักท่องเที่ยว 2,942 คน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้ามาอาศัยทำธุรกิจ หรือท่องเที่ยวของชาวอิสราเอล บนเกาะสมุย และเกาะพะงัน จะมีสถานที่กลาง เรียกว่า ชาบัด (วัดยิว) ที่สร้างขึ้นบนที่ดินซึ่งครอบครองโดยบริษัทนิติบุคคล ระบุประเภทธุรกิจองค์กรทางศาสนา โดยที่ อ.เกาะพะงัน ได้จัดตั้งขึ้นที่บริเวณพื้นที่บ้านอ่าวศรีธนู ต.เกาะพะงัน เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ และสถานที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นที่พบปะและสังสรรค์ของกลุ่มชาวอิสราเอล
ขณะที่แหล่งข่าวนักธุรกิจท้องถิ่นรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน บนเกาะพะงัน ชาวอิสราเอล ถือเป็นกลุ่มชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่สุด มีบางส่วนเป็นนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เริ่มมีการครอบครองที่ดิน ก่อสร้างอาคารวิลล่า ที่พัก ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว และธุรกิจต่อเนื่องการท่องเที่ยว และธุรกิจทั้งหมดให้บริการเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสราเอลด้วยกันเท่านั้น
ขณะที่ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์านี กล่าวว่า ในส่วนของการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน และการประกอบธุรกิจนั้น เจ้าหน้าที่อาจต้องใช้เวลาสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานสักระยะหนึ่ง แต่ในส่วนของบุคคล ได้เร่งรัดให้ตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับจัดหางานจังหวัด เร่งสืบสวนจับกุมกลุ่มที่อยู่เกินกำหนด (over stay) และกลุ่มอนุญาตทำงาน รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด.



