@เรื่อง “ปากท้อง” ของคนระดับ “รากหญ้า” ยังเป็นเรื่องใหญ่ และสำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นคน “ภาคใต้” หรือ “ภาคไหน” ของประเทศ แต่ที่ “ภาคใต้” หนักหนา “สาหัส” กว่า เพราะ พืชเศรษฐกิจที่เป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของภาคใต้ คือ “ยางพารา” และการ “ประมง” วันนี้อาชีพการทำสวนยางพารา “ตีบตัน” เพราะราคากำลังจะกลับไปที่ 3 กิโลร้อยอีกครั้ง ในขณะที่ “ปุ๋ย” และ “ยาปราบศัตรูพืช” แพงเกินกว่าที่ “ชาวสวน” ที่เป็นสวนขนาดเล็ก จะมีปัญหา “ซื้อหา” มาบำรุงต้นยางได้ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีพาณิชย์ คงไม่ทราบว่า ในยุคที่ “ท่าน” เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ เป็น “ยุคเดียว” ที่ชาวสวนยาง ต้อง “ซื้อปุ๋ย” ครั้งละ “ครึ่งกระสอบ” แทนการซื้อครั้งละ “กระสอบ” เหมือนที่ผ่านมา….ในขณะที่เรื่องของ “ประมง” ถูก “บดขยี้” ด้วยกฎหมาย “ไอยูยู” จน ประมงพาณิชย์ ไร้หนทางในการ “จับปลา” ต้องเปลี่ยนอาชีพ “ขายเรือ” หรือ “จอดทิ้ง” เพราะ “รัฐบาล” และ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้กำกับดูแล “กรมประมง” ไม่มี “น้ำอิ๊ว” ในการที่จะ “ต่อกร” กับ “กฎของไอยูยู” อาชีพประมง เป็นอาชีพที่ “ตกทอด” มาแต่ “บรรพบุรุษ” และ “ภูมิรัฐศาสตร์” ของ “ภาคใต้” มีทะเล “ขนาบ” ทั้ง 2 ด้าน ฝั่งหนึ่งคือ “อ่าวไทย” ฝั่งหนึ่งคือ “อันดามัน” อาชีพประมง ควรจะ “เจริญรุ่งเรือง” แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าอาชีพประมงถึง “ทางตัน” ประเทศไทยต้อง “นำเข้า” สัตว์น้ำจากประเทศอื่น เพื่อมา “บริโภค” น่าอายนะ แต่นั่นแหละ ทั้ง “นายกรัฐมนตรี” และ “เสนาบดี” กระทรวงที่รับผิดชอบคง “ไม่มียาง” เพราะเรื่องที่ “น่าอาย” กว่านี้ยังไม่เคยที่จะ “รู้จักอาย” ก็ถือเป็น “เคราะห์กรรม” ของชาวประมง ที่ต้อง “ย่อยยับ” ในเงื้อมมือของ “รัฐบาล” ชุดนี้….
@วันนี้พืชเกษตรที่ราคาดี ในภาคใต้มีอยู่เพียงอย่างเดียวคือ “ปาล์มน้ำมัน” เพราะพื้นที่ในการเพาะปลูกมีไม่มาก และมีความต้องการใช้ในประเทศที่มากขึ้น การนำเข้า “น้ำมันปาล์มเถื่อน” มีน้อย แต่ราคาปุ๋ยที่ “แพงมหาโหด” และ “ค่าแรง” ที่แพงขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ เกษตรกรรายย่อย “ร่ำรวย” อย่างที่เข้าใจ เพียงแต่ “ดีขึ้น” เท่านั้น…แม้แต่การลงพื้นที่ของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี” ที่ จ.กระบี่ เมื่อวันก่อน ในที่ประชุมนำเสนอเรื่อง “ปากท้อง” ของประชาชนน้อยมาก มีแต่การนำเสนอโครงการขนาดใหญ่ เช่น “ชลประทาน” และ “ประปา” ซึ่ง ผู้ที่ได้ “อานิสงส์” ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ผู้รับเหมา” ที่เป็น “เครือข่าย” ของพรรคการเมือง และ “นักการเมือง” ในพื้นที่….สำหรับโครงการ “ชลประทาน” น่าจะให้มีการตรวจสอบกันบ้าง เพราะมี “หลายแห่ง” ที่ใช้งบเป็น “หมื่นล้าน” เป็น “พันล้าน” สร้างเสร็จ ประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์ เช่น “อ่างเก็บน้ำป่าบอน” จ.พัทลุง ที่ไม่มีน้ำให้เก็บ และถูก “ทิ้งร้าง” หรืออ่างเก็บน้ำที่ อ.นาหม่อม จ.สงขลา ที่ “กลิ่นตุๆ” แต่ไม่มีการ “ตรวจสอบ” และอีกมากมาย ที่เป็นงานของ “ชลประทาน” ที่เหมือน “กำปั้นทุบดิน” ทุบลงไปตรงไหน มีเรื่อง “ไม่ชอบมาพากล” ตรงนั้น แม้แต่ที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ที่เป็นบ้านเกิดของ “ประพิศ จันทร์มา” อธิบดีกรมชลประทาน ก็ยังมีเรื่อง “แปลกประหลาด” ให้ ชาวบ้าน “นินทา” กันมันปาก เรื่องอย่างนี้แหละที่ ศรีสุวรรณ จรรยา “นักร้อง” ของประเทศไทย ควรจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ….เป็นพรรคร่วมรัฐบาลแบบไหนไม่รู้ แต่วันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี เดินทางมาประชุมเพื่อให้ “ยาหอม” ชาว “กระบี่” 2 ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ “สาคร เกี่ยวข้อง” กับ “พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มี “ที่นั่ง” ในห้องประชุม ต้องมานั่งที่ “เต็นท์ใหญ่” แทน ทั้งที่ “สอง ส.ส.” เป็น “ผู้แทน” ของ จ.กระบี่ ที่ควรจะ “รับรู้” เรื่องการพัฒนาจังหวัดที่ตนเองเป็น “ผู้แทน” นี่เป็นเรื่องของการ “แบ่งแยก” ที่ “ชัดเจน” ของพรรคร่วมรัฐบาล ที่ยิ่งใกล้ “หมดวาระ” ของ “รัฐบาล” ยิ่งเห็น “อาการ” ของความ “แตกแยก” ที่ชัดมากขึ้น และอีกไม่นานรายการ “แทงข้างหลัง” ก็จะตามมา….
@บรรทัดนี้ ขอทำความเข้าใจกับทุกคนว่า กรณีของ นิพนธ์ บุญญามณี ที่ถูก ป.ป.ช. ฟ้องต่อศาลทุจริตประพฤตมิชอบฯ “นิพนธ์” ไม่ได้ถูกฟ้องว่า “ทุจริต” แต่ถูกฟ้องตามความผิด ม.157 เพราะไม่จ่ายเงินให้บริษัทที่ชนะการประมูลรถซ่อมถนนฯ เมื่อครั้งที่ “นิพนธ์” เป็น นายก อบจ.สงขลา และสาเหตุที่ “นิพนธ์” ไม่จ่ายเงินให้บริษัทผู้ชนะการประมูล เพราะมีหลักฐานว่า บริษัทดังกล่าวมีการ “ฮั้วประมูล” ซึ่งเป็นความผิดในเรื่องการ “ทุจริต” ดังนั้น กรณีของ “รมช.นิพนธ์” จึงเป็นคดีที่ คนที่ทำหน้าที่ “จับคนโกง” เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน แต่ถูก “ป.ป.ช.” ฟ้อง…ส่วนเมื่อ ฟ้องแล้ว ก็ต้องนำ “หลักฐาน” มา “พิสูจน์” ในชั้นศาล ซึ่งคดีนี้ “เดิมพัน” กันด้วย “เกียรติยศ” ทั้งของ “ป.ป.ช.” และของ “นิพนธ์” ที่กลายเป็นคดีใหญ่ที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจ ที่สำคัญ คู่ “กรณี” ของ “นิพนธ์” คือ บริษัท ผู้ชนะการประมูลรถซ่อมถนน ที่เป็น “ต้นเหตุ” ของคดีนี้ วันนี้กลายเป็น “ผู้ต้องหา” ในข้อหา “ฮั้วประมูล” ไปแล้ว….และที่สำคัญวันนี้มีผู้คนต่าง “ชื่นชม” กับ “สปิริต” ของ นิพนธ์ บุญญามณี ที่ “ยื่นใบลาออก” จากตำแหน่ง “รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย” ในทันทีที่มีการเข้า “มอบตัว” กับ “ศาลทุจริต” เพื่อที่จะได้ ต่อสู้คดี โดยที่ไม่ต้องถูก “ครหา” ว่ามีการใช้ “ตำแหน่ง” ทาง “การเมือง” ให้เป็นที่ “ค่อนแคะ” ของ “ฝ่ายแค้น” และ “ฝ่ายค้าน” เป็นการก้าวลงจากตำแหน่ง “รัฐมนตรี” ที่ถูกต้องตาม “กาลเทศะ”….ก็ดีนะ เพราะอย่างไรเสีย รัฐบาลชุดนี้เหลืออายุเพียง 6 เดือน การ “ลาออก” จากตำแหน่ง “รัฐมนตรี” จะทำให้ได้ใช้เวลาทั้งหมดในตำแหน่ง “รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” ในการวางแผน และ “เดินสาย” เพื่อการ “หาคะแนนเสียง” ให้กับผู้ที่ “สมัคร ส.ส.” ของพรรคในภาคใต้ได้อย่างทั่วถึง เพราะสถานการณ์ของ “ประชาธิปัตย์” ในภาคใต้ ณ วันนี้ ก็ไม่ได้ “ดีเด่” อะไรมากนัก ที่ “ปาวๆ” กันไปว่า “ชนะๆ” เป็นเรื่องของการ “หาเสียง” ที่หลอกทั้ง “ตัวเอง” และทั้ง “ประชาชน” เหมือนๆ กันทุกพรรคนั่นแหละ….
@ส่วนถ้า “รัฐบาล” มีการปรับ ครม. “ประชาธิปัตย์” จะ “หยิบ” นักการเมืองคนไหนมาแทนที่ตำแหน่งของ “นิพนธ์” ฟังจาก “กองเชียร์” ของ “นายกชาย” ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.เขต 5 จ.สงขลา ว่า “เลขาธิการพรรค” ได้ “ทาบทาม” ให้ ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง “ขึ้นเกี้ยว” รับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย แต่เจ้าตัว “ปฏิเสธ” เพราะเวลาของรัฐบาลเหลือเพียงไม่กี่เดือน และหากเป็น “รัฐมนตรี” จะทำให้มี “ภารกิจ” ที่ไม่สามารถ “ลงพื้นที่” เพื่อการ “หาเสียง” ได้เต็มที่ “เสียมากกว่าได้”….ก็เห็นด้วยนะ ถ้าข่าวเรื่องนี้เรื่องจริง เพราะอีกมุมหนึ่ง วันนี้ “เส้นทางเดิน” ใน “ทางการเมือง” ของ “นายกชาย” มี “ศัตรู” ทั้ง “ภายใน” และ “ภายนอก” คอยที่จะ “ดิสเครดิต” อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะกับ “เอ็นจีโอ” ใน จ.สงขลา ที่พร้อมจะ “หยิบฉวย” ทุกเรื่องทั้ง “จริงทั้งเท็จ” ของ “นายกชาย” และ “ญาติพี่น้อง” ผู้ข้องเกี่ยวมาเพื่อ “ขยายผล” ถ้า “นายกชาย” รับตำแหน่ง “รัฐมนตรี” เมื่อไหร่ ก็จะกลายเป็น “หมู่บ้านกระสุนตก” ที่ “เสีย” มากกว่า “ได้” แน่นอน….ส่วนถ้ามีการ “ปรับ ครม.” ประชาธิปัตย์จะส่งใครไปเป็น “รัฐมนตรี” ในเวลาสั้นๆ ซึ่งคงทำอะไรได้ไม่มาก แต่ได้เป็น “รัฐมนตรี” เพื่อ “เกียรติยศ” ที่บุญอาจจะ “หล่นทับ” นริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.เขต 3 จ.พัทลุง ที่เป็น ส.ส.หลายสมัยก็เป็นได้นะ….
@หรือเพราะเห็น “ประชาธิปัตย์” กับ “ภูมิใจไทย” เปิดตัวผู้สมัครใน จ.สงขลา แบบ “เกทับ บลัฟแหลก” พรรคพลังประชารัฐ กลัวจะตกขบวน จึงมีการ “ประกาศ” ชื่อผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 9 เขต ของ จ.สงขลา เขต 1-4 ยังเป็น ส.ส. หน้าเดิม วันชัย ปริญญาศิริ, ศาสตรา ศรีปาน, พยม พรหมเพชร และ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส่วนเขตที่เหลือ ดูแล้ว ผู้สมัครยัง “ไม่โดดเด่น” ในการ “ต่อกร” กับเจ้าของที่นั่งอย่าง “ประชาธิปัตย์” ที่น่าสนใจคือเขตเลือกตั้งที่ 6 ที่ ในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา “น้องโบ๊ต” อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ พลังประชารัฐ “พ่ายแพ้” ให้กับ “พี่น้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล “หวานใจ” ของ “นายกชาย” แห่ง “ประชาธิปัตย์” เพียง 4,000 กว่าคะแนน เลือกตั้งครั้งหน้า “น้องโบ๊ต” ได้ “ถอดบทเรียน” ของความ “พ่ายแพ้” ขอ “แก้มือ” อีกครั้ง เขตเลือกตั้งที่ 6 จึงยังเป็นเขตเลือกตั้งที่ ต้องจับตามองและ “มีลุ้น” เดิมพันอีกครั้ง….แต่ ลึกๆ ลงไป ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และผู้ที่สมัครเข้ามาใหม่ ต่าง “กระสับกระส่าย” กับ สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี “พักงาน” ว่าจะ “รอดสันดอน” จากการ “ตัดสิน” ของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีเป็น “นายกฯ 8 ปี” ถ้า “บิ๊กตู่” ไปต่อไม่ได้ เพราะคำตัดสินของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” เชื่อเถอะ ทั้งที่เป็น ส.ส.อยู่ และที่สมัครเข้ามาเพื่อรับเลือกตั้งครั้งหน้า “ถอนสมอ” หาพรรคใหม่เป็น “ทิวแถว” โดยเฉพาะ ส.ส. กลุ่มที่ “ไม่มีแสงในตัวเอง” ที่รู้ดีว่าการได้เป็น “ส.ส.” เพราะประชาชนผู้ “ใช้สิทธิ” เลือก “ลูงตู่” ต่างหาก …อย่าว่าแต่ ส.ส.ของ “พลังประชารัฐ” ที่ “กินไม่ได้นอนไม่หลับ” และอาจจะมีการ “แอบบน” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ “ลุงตู่” ไปต่อบน “ถนนการเมือง” ได้ แม้แต่ “ประชาชน” ส่วนหนึ่งในภาคใต้ ที่ “กลัวผีทักษิณ” จน “ขึ้นสมอง” และถูก ส.ส.ในพื้นที่ “หลอกต้ม” ว่า ถ้าไม่เลือกพรรค “ลุงตู่” จะอดได้ “เงินคนจน” ก็ “นั่งไม่ติด” เพราะกลัว “ลุงตู่” จะ “จอดป้าย” จากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ สภาพของ “พลังประชารัฐ” นั้น “ลุงป้อม” ได้ใจของ ส.ส. แต่ “ลุงตู่” ได้ใจของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับสิทธิ “บัตรคนจน” และกลุ่มที่ “กลัวผีทักษิณ” นี่คือเรื่องของ “คนเป็นหลอกคนเป็น” ในสนามการเมืองของภาคใต้….
@อีกเรื่องที่น่า “ตื่นเต้นเร้าใจ” คือเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ตรัง ที่ ทวี สุระบาล คนของ “พลังประชารัฐ” ไม่สนว่า “พรรคนี้” จะมี “ลุงตู่” หรือไม่มี “ลุงตู่” ก็จะลงสมัคร ส.ส.ในเขตนี้แน่นอน โดยการ “ชนกับ” สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของพื้นที่ “ผู้อาสาอุ้ม” ทวี สุระบาล เข้า “สภาหินอ่อน” คือ สมชาย โล่สถาพรพิพิธ “ศิษย์เก่า” ของพรรค “แม่ธรณีบีบมวยผม” เรื่องนี้เป็น “ความแค้นส่วนตัว” ที่ไม่เกี่ยวกับ “พรรคการเมือง” และเป็นเรื่องที่ “มือประสาน 10 ทิศ” อย่าง “นายกชาย” ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ “หมดปัญญา” ในการ “หย่าศึก”….
@จบเรื่องของ “การเมือง” มาดูเรื่องของ “ความมั่นคง” ยินดีด้วยกับ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่ออกจาก รพ.แล้ว จาก “อุบัติเหตุ” กรณี “เฮลิคอปเตอร์ตก” เมื่อ 2 เดือนก่อน วันนี้ กลับไปทำหน้าที่ “แม่ทัพ” ได้แล้ว และเชื่อว่าจะนั่งในตำแหน่ง “แม่ทัพภาคที่ 4” จนถึงเดือนเมษายน 2566 เพื่อรอติดยศ “พล.อ.” ก่อนเกษียณ หรืออาจะเป็น “แม่ทัพ” จนเกษียณ เหมือนกับอดีต “แม่ทัพ” หลายท่าน เช่น “แม่ทัพเอียด” และ “แม่ทัพอาร์ท”….เมื่อท่านกลับมา “ทำหน้าที่” แล้ว ก็อย่าลืมเรื่องสำคัญที่ทำให้ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ตกต่ำ” ในวันนี้คือเรื่อง “บัญชีผี” เรื่อง “ผลประโยชน์” ที่ “ผลโพล” ยังเชื่อว่า “มีอยู่จริง” ซึ่งนายทหารระดับ “นายพล, นายพัน” แม้แต่ ผบ.ร้อย ก็รับรู้ว่าเป็นเรื่องที่ “มีอยู่จริง” ถ้าเรื่อง “เน่าๆ” ของ ส.ต.ท.กรศศิร์ บัวแย้ม จะเป็น “ประโยชน์” บ้าง ก็ตรงที่ “เธอเป็นสารตั้งต้น” ให้คนทั้งประเทศ “รับรู้” ถึงความ “เน่าเฟะ” ของ “การเมือง” และหน่วยงานรัฐ รวมทั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ที่ “แม่ทัพเกรียง” ต้อง “สะสาง” เพื่อกู้ความ “ศรัทธา” ของประชาชน โดยเฉพาะ “ประชาชน” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนมา…เปล่านะ ผู้เขียน ไม่มี “เจตนา” ที่จะ “ดูหมิ่นดูแคลน” นายทหาร ระดับ “นายพลนายพัน” ทั้งหลายใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แต่อย่างใด แต่ต้องการเห็นความ “โปร่งใส” ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อให้ประชาชนเกิดความ “เชื่อมั่น” และ “ศรัทธา” เพราะความ “เชื่อมั่น” และ “ศรัทธา” ต่อ “องค์กร” ต่อ “ผู้นำ” องค์กร จะทำให้การดับ “ไฟใต้” ได้รับความร่วมมือจากคนในพื้นที่ ก็ “เห็นใจนะ” กับบรรดาผู้ที่ต้องทำหน้าที่ “หนังหน้าไฟ” ในการ “ชี้แจง” หรือ “แถลง” ข้อเท็จจริงที่เกิดจาก “ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม” เพราะ เชื่อว่า ผู้แถลง แต่ละท่าน ต่างรู้ดีว่า “ข้อเท็จจริง” เป็นอย่างไร และรู้ด้วยซ้ำว่า “คนไม่เชื่อ” ที่ต้องทำตามหน้าที่….
@ส่วนเรื่องความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งเกิดจาก “กองกำลังติดอาวุธ” ของ “บีอาร์เอ็น” และ “แนวร่วม” ใน “หมู่บ้าน ตำบล” ที่ “เกาะติด” ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อรอจังหวะ รอโอกาส ลงมือ “ก่อเหตุ” วันนี้ เชื่อว่า คนในพื้นที่ไม่ “คาดหวัง” ว่า กำลังของ “ทหาร” จะ ทำให้ “โจร” หยุดการก่อการร้ายได้ เพราะ “เหตุจะเกิด” หรือ “ไม่เกิด” ไม่ได้อยู่ที่ “ฝีมือ” เจ้าหน้าที่ แต่อยู่ที่ “โจร” มันจะก่อเหตุหรือไม่ต่างหาก….เช่นเดียวกับ “การพูคุยสันติสุข” ที่ วันนี้ “คณะพูดคุย” ที่มี พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เป็นหัวหน้า พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ เป็นที่ปรึกษา และ พล.ท.ธิรา แดหวา เป็นเลขานุการ ต่างฝากความหวังในการ “ดับไฟใต้” ไว้กับ “องค์กรกาชาดระหว่างประเทศ” หรือ “ไอซีอาร์ซี” มากกว่าความเชื่อใน “โต๊ะเจรจา” เพราะ “เสธ.เมา” เชื่อว่า “บีอาร์เอ็น” สร้างสถานการณ์ให้ทวีความรุนแรง เพื่อเรียกร้องให้ “สหประชาชาติ” ส่งกองกำลังเข้ามาในพื้นที่ และเชื่อว่า “ไอซีอาร์ซี” คือผู้ที่จะเข้ามา “หย่าศึก” ก็ไม่ว่ากัน เพราะทุกคนต่างมีข้อมูล “ความเชื่อ” ที่ถืออยู่ “คนละชุด” แต่อยากให้กลับไป “อ่าน” บทบาท หน้าที่ วัตถุประสงค์ ของ “ไอซีอาร์ซี” ให้ “ละเอียด” อีกครั้ง รวมทั้งดู “เจตนา” ของ “ไอซีอาร์ซี” ซึ่งเป็นองค์กร “ฝรั่ง” ที่ไม่ได้ “รับเชิญ” ให้เข้ามาทำหน้าที่ตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะเห็น “เจตนา” ที่แท้จริงของ “ไอซีอาร์ซี” ยกเว้นมีเรื่องอื่นเข้ามา “บังตา” ทำให้มองไม่เห็น “เจตนา” หรือ มีการแปล “เจตนาร้าย” ให้เป็น “เจตนาดี”….ส่วนหน่วยงาน “ราชการ” ทั้ง “กาชาดจังหวัด” ทั้งสถานศึกษา และอื่นๆ ที่ “ไอซีอาร์ซี” เข้าไป “เกาะเกี่ยว” โดยการ “ให้ทุน” หรือ “สิ่งของ” ต่างๆ โดยใช้คำว่า “กาชาด” เพื่อเป็น “สะพานเชื่อม” ก็ให้ระมัดระวังไว้ เพราะสิ่งที่เขายื่นให้และท่านเห็นว่าเป็น “ฮอตดอก” และคว้า “เข้าปาก” โดยไม่ “พิจารณา” อาจจะเป็น “นิ้วหัวแม่โป้ง” ของ “ไอ้เท่ง” ตัวตลกของหนังตะลุงก็อาจจะเป็นได้….
@ยังรักษา “สถิติ” ของพื้นที่ ซึ่งมีเหตุก่ออาชญากรรมแบบ “วันเว้นวัน” โดยไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือพื้นที่จังหวัดพัทลุง ที่ ตำรวจ ยัง คุมพื้นที่ไม่ได้ มีการ “ฆ่ากันตาย” ด้วย “อาวุธสงคราม” เป็น “ว่าเล่น” ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ ทั้ง “บิ๊กใหม่” พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. สส 2 และ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. สส 5 เคยนำกำลังลงพื้นที่ “ไล่ล่า” กลุ่ม “โจร” กลุ่ม “มือปืนรับจ้าง” และ “ผู้มีอิทธิพล” ไปแล้ว แต่สุดท้าย “พัทลุง” ก็ยัง “เหมือนเดิม” ก็ต้องถาม “พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์” ผบก.ภ.จว.พัทลุง ว่า ท่านจะ “รักษา” ความเป็น “เมืองอาชญากรรม” ของ “พัทลุง” ไว้ถึงเมื่อไหร่ ถึงจะมีการ “เปลี่ยน” ให้ดีขึ้น ….
@น้ำมันเถื่อน จาก “มาเลเซีย” ที่มีการ “ตั้งโต๊ะ” และ “ตั้งปั๊ม” ขายกันใน อ.สะดา จ.สงขลา หลายแห่ง สรรพสามิตภาค 9 ก็ได้ส่งกำลังออกไป “จับกุม” จนทำให้ต้องมีการ “หยุดขาย” กันไปแล้ว แต่ยังมีของ “นายทุนใหญ่” ที่รู้จักกันในนามของ “เสี่ยยุด” แห่งดินแดน “ลูกลม” จาก “ภาคกลาง” จังหวัดที่ใกล้ กทม. มีตั้ง “ฐาน” รับซื้อ น้ำมันเถื่อน ที่ขนเข้ามาโดยรถ “บรรทุกหัวลาก” จากประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งให้กับ “เสี่ยยุด” มีการนำน้ำมันเถื่อน จาก อ.สะเดา จ.สงขลา บรรทุกด้วย “รถพ่วง” เข้าไปยังจังหวัด “ภาคกลาง” แถวๆ “อีสานเลี้ยวขวา” คืนละ หลายคัน “รถพ่วง” ที่ไม่ใช่ “3 ล้อพ่วง” แต่เป็น 22 ล้อ หรือ “พ่วงละ 30,000 ลิตร” “นายทุน” คุยว่า “ตำรวจ” เปิด “ไฟเขียว” ส่วน “หน่วยอื่น” มีการ “เคลียร์” เป็น “จ๊อบๆ” เรื่อง “ใหญ่” อย่างนี้ต่างหาก ที่ ตำรวจ “ปนม. ศุลกากร” และ สรรพสามิต ต้อง “ใส่ใจ” และดำเนินการ “จับกุม” ส่วนตำรวจ “ท้องที่” เมื่อ “นายทุน” ได้ “ไฟเขียว” จาก “ส่วนกลาง” ก็ได้แต่ “แบ๊ะๆ” ทำได้เพียง “แบมือ” ขอ “กินน้ำชา” เมื่อเวลา “รถน้ำมันเถื่อน” วิ่งผ่านหน้า “โรงพัก” เท่านั้น ส่วนใครจะเป็นคนให้ “ไฟเขียว” ให้ “เสี่ยยุด” ขนน้ำเถื่อนได้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ต้องตรวจสอบเอง หรือไม่ก็ “จับ” เสี่ยยุด มาสอบถาม ก็จะรู้ว่าใคร “งาบส่วย” น้ำมันเถื่อน….อีกเรื่องที่มีข่าวว่าจะมีการ “จัดโควตาน้ำมันเขียว” ให้กับ ผู้ประกอบการประมงกลางทะเล ซึ่งราคา “น้ำมันเขียว” กับน้ำมัน “บนบก” ต่างกันลิตรละ 6-7 บาท ที่ผ่านมามีการ “เล่นแร่แปรธาตุ” เอา “น้ำมันเขียว” มาขาย “บนบก” โดยกลุ่ม “นักการเมือง” ในแถบ สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และ สงขลา ด้วยการ “จ่ายส่วย” ตั้งแต่ “กลางทะเล” จนถึง “บนบก” รวมทั้งหน่วยงาน “ประมง” ที่เกี่ยวข้องกับ “บัญชีเรือ” เรื่องนี้ “รัฐบาล” จะทำอย่างไร ที่จะไม่ให้ “น้ำมันเขียว” ถูก “เล่นแร่แปรธาตุ” เหมือนทุกครั้ง ยิ่งช่วงนี้ “น้ำมันแพง” และ “ใกล้เลือกตั้ง” นักการเมือง และ “นายทุน” ต้องหาวิธี “ค้ากำไร” เรื่องนี้ ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ “บิ๊กเด่น” ผบ.ตร. คนใหม่ ต้องมีการ “สังคายนา” ชุดปรามปรามน้ำมันเถื่อนกลางทะเลใหม่ทั้งหมด เพราะวันนี้นอกจาก “น้ำมันเขียว” แล้ว ยังมี “น้ำมันเถื่อน” จาก “รัสเซีย” ที่ “ราคาถูก” มีการ “นำเข้า” มา “จำหน่าย” ในประเทศไทย ฟันกำไรมหาศาล โดยที่ไม่ต้อง “จ่ายภาษี”…..
@เรื่องการส่ง “เจ้าหน้าที่” จาก “กระทรวงต่างๆ” เพื่อลงมา “เอาตำแหน่ง” ผช.เลขาธิการ ศอ.บต. ตามโครงสร้างของ ศอ.บต. ที่ต้องมี “ตัวแทน” ของทุกกระทรวงมา “กินตำแหน่ง” ทั้งที่ “บางกระทรวง” ไม่มีงานที่จะ “ให้ทำ” ด้วยซ้ำ ปัญหาคือ “เจ้ากระทรวง” ไม่เคย “หารือ” กับ ศอ.บต. ในการ “ส่งตัวแทน” ให้มาอยู่ที่ ศอ.บต. ทำให้บ้างครั้ง ศอ.บต. ได้คนที่ “ไม่มีคุณภาพ” มาทำหน้าที่ เช่น กรณีของ “รุ่งเรือง ธิมาบุตร” ที่ “กรมการปกครอง” ส่งมานั่งในตำแหน่ง “ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.” และ ศอ.บต.ส่งตัวกลับ และต่อมาถูก “ออกหมายจับ” ในกรณี “พัวพัน” กับบ่อนการพนันออนไลน์ เรื่องอย่างนี้ เป็นความ “เสียหาย” ของ ศอ.บต. ที่ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. รับไม่ได้ และต้องหาทางแก้ไข เพื่ออย่าให้เกิดขึ้นอีกต่อไป….
@และอีกเรื่องที่เคยเป็นข่าวคือ การให้ “อนุญาต” มีอาวุธปืน ที่ อ.สุไหงโก-ลก มีการพบว่า “อดีตนายอำเภอ” ออกใบอนุญาตให้ “บุคคล” ที่มีประวัติในการ “ค้ายาเสพติด” รายเดียว 28 กระบอก ก็ไม่ได้มีความเห็นว่า “ควรยกเลิก” ให้ “นายอำเภอ” ซึ่งเป็น “นายทะเบียนอาวุธปืน” ไม่ต้องเป็นผู้ให้ “อนุญาต” แต่ต้องการเห็นการ “วางกรอบ” ที่ “ชัดเจน” ว่า คนหนึ่งๆ ควรจะครอบครองอาวุธปืนได้กี่กระบอก “ปืนไม่ใช่เครื่องประดับ” แต่ “ปืน” เป็น “อาวุธ” ที่ใช้ในการป้องกันตัว “ก่อเหตุร้าย” และการ “ฆ่าคน” เรื่องนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มท.1 และ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ต้องนำไปเป็น “การบ้าน” เพราะมีข่าวที่ “หนาหู” ว่า “นายอำเภอ” หลายอำเภอ ใช้ “ช่องทาง” ในการเป็น “นายทะเบียนอาวุธปืน” ร่วมมือกับ “นายทุน” ทำมาหากินจน “ร่ำรวย” และอีก “ประเด็น” ที่เป็นที่ “ค้างคาใจ” ของ “ผู้คน” ในประเทศนี้ ทำไมเมื่อข้าราชการ “กรมการปกครอง” ที่ “ต้องคดี” หรือถูกตั้ง “กรรมการสอบสวน” จึงต้องมีการย้ายไปที่ “วิทยาลัยการปกครอง” วิทยาลัยเป็นสถานที่ “ให้ความรู้” กับ “นักศึกษา” ซึ่งเป็น “นักปกครอง” ทำไมต้องเอาคนที่ “ทำผิดไป” อยู่ที่นั่น…..
@โยกย้ายใน “กรมอาชีวศึกษา” ที่ออกมาปรากฏว่า สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการกรมอาชีวศึกษา ได้รับการ “แต่งตั้ง” ไปอยู่ใน “ตำแหน่งใหม่” เรื่อง “อควาเรียมหอยสังข์” ที่ “ทิ้งร้าง” เอาไว้ 14 ปี “ผลาญงบประมาณ” ไปแล้ว 1,400 ล้าน ที่ “สุเทพ” รับปากกับ “เครือข่ายพลเมืองสงขลา” ซึ่งนำโดย ปรีชา สุขเกษม ว่าจะนำเรื่องที่ “เครือข่าย” เสนอให้ “กรมอาชีวศึกษา” ดำเนินการให้ “อควาเรียมหอยสังข์” สร้างต่อ หรือเปลี่ยนให้เป็นอย่างอื่นๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์มากกว่าการเป็น “ตึกร้าง” จะได้รับการ ดำเนินการต่อหรือไม่ “เจษฎา จิตรัตน์” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ต้องติดตามความคืบหน้าด้วย…..
@อาจเพราะการบริหาร “หาดใหญ่วิทยาลัย” มีความ “โดดเด่น” และทำให้ “บางคน” เสียผลประโยชน์ “ดร.อุดม ไชยชูลี” ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จึงถูก “ร้องเรียน” ว่าใช้ “รถตู้” ของโรงเรียนไปบริการให้เพื่อนไป “ตีกอล์ฟ” สุดท้าย ข้อเท็จจริง เป็นการส่งรถตู้เพื่อ “รับ-ส่ง” อาจารย์ “อาวุโส” ของ สถาบันการศึกษา ที่เดินทางมา “ราชการ” ที่ จ.พัทลุง กว่าทุกอย่างจะ “กระจ่าง” ทำเอา “เหงื่อตก” ไปหลายหยด ไม่เป็นไร “คนไม่ผิด” ทำอย่างไรก็ไม่ผิด…. แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้าครับ
—————————————————-
ไชยยงค์ มณีพิลึก

เคารพธงชาติ. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานนำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. เข้าแถวเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติ พร้อมมอบนโยบายให้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ซ่อมสร้าง. พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผบ.กองพลทหารราบที่ 15 เป็นประธานมอบบ้านตามโครงการ ซ่อมสร้าง-ปันสุข ให้กับผู้ยากไร้ และขาดแคลนที่อยู่อาศัย ให้กับนางน้อย ศุภเวช ที่ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยมีหัวหน้าส่วนราชการร่วมด้วย

ส่งเสริมคุณธรรม. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา เป็นประธานในการดำเนินการโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของข้าราชการ ณ วัดศรีพัฒนาราม (บ้านคล้า) ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา

ระเบียงเศรษฐกิจ. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. และคณะให้การต้อนรับ

แทนคำขอบคุณ. พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และคุณคนึงนิตย์ ศรีรักษ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 4 มอบของที่ระลึก แทนคำขอบคุณ ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ รพ.มอ. ที่ให้การรักษา พยาบาล ดูแล ตลอดเวลาที่เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ก่อนที่จะออกจาก รพ. กลับไปพักฟื้นที่บ้านพัก

เยี่ยมให้กำลังใจ. ผศ.ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนพิเศษรัฐบาล เยี่ยมให้กำลังใจ ประทุม นักทอง ชาวบ้าน ที่ถูกระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายวางไว้ในสวนยางจนขาขาดทั้ง 2 ข้าง ณ รพ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

รวมพลังท้องถิ่น. เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.เขต 4 จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ รวมพลังท้องถิ่น กำจัดวัชพืช ขุดลอกสิ่งกีดขวางทางน้ำ คลองภูมี เพื่อทวงคืนเอกราชสิ่งแวดล้อม ที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา โดยมี เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ร่วมด้วย

ช่วยปลดหนี้. อรสุรางค์ อินทสโร หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ สงขลา น.ส.ญาดา มูหละ พนักงานอาวุโส น.ส.สุกัญญา น้อยผา พนักงานทั่วไป พร้อมด้วย อภินันท์ หมัดหลี อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดสงขลา ได้มอบเช็คแก่ กิตติธัช ณวาโย ผจก.สกก.รัตภูมิ เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรสมาชิก กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 1 ราย มูลหนี้ 880,351.56 บาท

เด็กพิเศษ. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจเด็กๆ ภาวะโภชนาการต่ำ ณ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เพราะถือว่าการพัฒนาคนคือ กระดุมเม็ดแรก ที่ต้องกลัดให้ถูกต้อง

ต้อนรับ. ชัยเดช ปาละวงค์ นายอำเภอสทิงพระ พร้อมด้วยกำนันและนายก อบต.ท่าหิน ร่วมกันต้อนรับ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีจิติทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เนื่องในโอกาสมาตรวจราชการที่ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

ลอยแพ. โยธิน ทองเนื้อแข็ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขตอำเภอกระแสสินธุ์ ร่วมกิจกรรมประเพณีลอยแพสะเดาะเคราะห์ ประจำปี 2565 ณ ศาลาท่าเลน หมู่ 2 ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา จัดโดย เทศบาลตำบลกระแสสินธุ์ จ.สงขลา

สวดมนต์เข้าพรรษา. พ.ต.อ.ทวี สอดส่ง สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ ร่วมสวดมนต์เข้าพรรษา พร้อมถวายผ้าอาบน้ำฝนให้พระภิกษุสงฆ์ ร่วมกับพี่น้องชาวพุทธ ณ วัดมะเดื่อทอง (กะโผะ) ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

แต่งตั้ง. ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย, นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย มอบหนังสือแต่งตั้ง เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ เป็นที่ปรึกษาของสมาคมฯ

แสดงความยินดี. ซาลี วาแมดีซา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา พร้อมทีมงาน ร่วมแสดงความยินดี กับนางสาวเสาวณี จันทรมุณี ที่สามารถคว้าแชมป์ปันจักสีลัต ประเภทร่ายรำคู่ ganda ในรายการแข่งขัน 19 world pencak silat championship melaka malaysia และในนามองค์การบริหารส่วนตำบลท่าธง ถือเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างยิ่ง ที่สามารถสร้างชื่อเสียงแก่ตำบลท่าธงได้

ตาดีกาสัมพันธ์. มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดงานตาดีกาสัมพันธ์ และฮิจเราะห์ศักราช 1444 บ้านสะโต หมู่ที่ 5 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา โดยมี ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต 2 พรรคประชาชาติ เป็นเกียรติในพิธีเปิด ท่ามกลางพี่น้องประชาชนบ้านสะโต และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ฝึกทบทวน. กูอาดือนัน รงโซะ นายก อบต.ละแอ อ.ยะกา จ.ยะลา เปิดโครงการฝึกอบรมทบทวนความรู้และศักยภาพ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อให้เกิดความชำนาญ สามารถป้องกันเหตุในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

อบรม. ร.ต.อ.สมนึก กุลมณี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา พร้อมด้วยคณะอบรมหลักสูตรพลเมืองวิถีใหม่ให้กับ นักศึกษามหาวิทยาลับราชภัฏยะลา และนักเรียน รร.พัฒนาวิทยา ณ ห้องประชุม รร.พัฒนาวิทยา เขตเทศบาลนครยะลา

พบปะเยี่ยมเยือน. เอกณัฏฐ์ สังขพันธ์ นายอำเภอรามัน จังหวัดยะลา พร้อมด้วย อับดุลเลาะ สนิ นายก อบต.กายูบอเกาะ และ มาหาดี เจะโด ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านพงยือไร พบปะเยี่ยมเยือนชาวบ้าน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ รับฟังความต้องการของชาวบ้านเพื่อนำมาแก้ปัญหาต่อไป



