ข้อเสนอดังกล่าวระบุว่า องค์กรชนพื้นเมือง หรือที่เรียกว่า “เดอะ วอยซ์” จะเป็นตัวแทนให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้กำหนดนโยบาย “ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนชาวอะบอริจิน และชาวเกาะในช่องแคบทอร์เรส” อย่างไรก็ตาม รัฐสภาออสเตรเลียจะมีอำนาจในการตัดสินใจต่อองค์ประกอบ, หน้าที่, อำนาจ และกระบวนการของเดอะ วอยซ์
ชาวออสเตรเลียซึ่งมีเชื้อสายพื้นเมืองรู้สึกถึง “ความไร้อำนาจ” เมื่อต้องจัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อพัฒนาชีวิตของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น การมีอายุขัยสั้นกว่าชาวออสเตรเลียที่ไม่ใช่ชนพื้นเมือง, ผลลัพธ์ด้านสุขภาพและการศึกษาที่แย่กว่าอย่างมาก รวมถึงอัตราการจำคุกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหลายคนกล่าวว่า มันเป็นเพราะความล้มเหลวในการปรึกษาหารือกับชนพื้นเมืองอย่างถูกต้อง เกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาข้างต้น
ขณะที่บางคนแย้งว่า ชนพื้นเมืองมีตัวแทนอยู่ในรัฐสภาประมาณหนึ่งอยู่แล้ว ปัจจุบัน ออสเตรเลียมีสมาชิกสภานิติบัญญัติที่เป็นชนพื้นเมือง 11 คน หรือคิดเป็น 4.8% ของรัฐสภา ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าประชากรชนพื้นเมืองทั่วประเทศเพียงเล็กน้อย ส่วนกลุ่มผู้สนับสนุนเดอะ วอยซ์ โต้กลับว่า ส.ส. เป็นตัวแทนของเขตเลือกตั้งเฉพาะ และไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียกับชนพื้นเมืองเสมอไป
หากรัฐบาลออสเตรเลียมีมติเห็นชอบ กฎหมายที่จะออกแบบการจัดตั้ง เดอะ วอยซ์ จะได้รับการพัฒนา และถูกนำมาถกเถียง โดยข้อเสนอหนึ่งแนะนำให้คณะที่ปรึกษามีสมาชิก 24 คน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากแต่ละรัฐและดินแดน, หมู่เกาะในช่องแคบทอร์เรส และชุมชนชาวอะบอริจินที่อยู่ห่างไกล
ด้านกลุ่มผู้สนับสนุนกล่าวว่า เดอะ วอยซ์ จำเป็นต้องได้รับการรับรองลงในรัฐธรรมนูญ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากไม่มีการลงประชาติ โดยพวกเขาให้เหตุผลว่า สิ่งนี้จะทำให้ เดอะ วอยซ์ มีความคงทน และป้องกันองค์กรจากการเมืองแบบถือข้าง
หากต้องการให้ประสบความสำเร็จ ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่จำเป็นต้องลงคะแนนเห็นด้วย และต้องมีการสนับสนุนในอย่างน้อย 4 รัฐ จากทั้งหมด 6 รัฐ ซึ่งผลการสำรวจความคิดเห็น เผยให้เห็นว่า ชาวออสเตรเลียประมาณ 3 ใน 4 สนับสนุนให้ เดอะ วอยซ์ ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่จะออกมานั้นยังไม่แน่นอน เนื่องจากการลงประชามติที่ประสบความสำเร็จครั้งสุดท้าย คือ ในปี 2520 อีกทั้งพรรคการเมืองต่าง ๆ ในประเทศ ยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐสภาคาดว่าจะจัดการลงมติต่อข้อเสนอดังกล่าวในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ การลงประชามติจะมีขึ้นในช่วงหลังเดือน ก.ย.ของปีเดียวกัน.
เลนซ์ซูม



