“191” เป็นเลขหมายลำดับแรกที่เชื่อว่า คนทั่วไปจะกดโทรศัพท์แจ้งเมื่อพบเห็น หรือเผชิญเหตุร้าย และจนถึงปัจจุบัน 191 ก็ยังคงเป็นที่พึ่ง เพียงแต่พัฒนารูปแบบ “เพิ่ม” ช่องทางเข้าถึงการร้องขอความช่วยเหลือมากขึ้น ผ่าน “แอปพลิเคชัน 191”(Call 191 Metro Police) โดย กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ซึ่งเปิดตัวรับแจ้งเหตุด่วน เหตุร้ายผ่านแอป 191 ระยะแรกนำร่องใช้งานเฉพาะพื้นที่ กทม.

สำหรับที่มาการริเริ่มก็เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกเข้าถึงความช่วยเหลือมากขึ้น เพราะแต่ละเหตุมีความแตกต่าง และพิกัดเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงรวดเร็ว ซึ่งระบบแอปตอบโจทย์

ที่เห็นชัดเจนคือ การย่นขั้นตอนซักถามพิกัดที่ปกติอาจใช้เวลา1-2 นาที ขณะที่การแจ้งผ่านแอปจะแสดงพิกัดผู้แจ้งที่พร้อมให้แชร์ข้อมูลไปสถานีตำรวจพื้นที่ เพื่อแจ้งสายตรวจ

อีก “ไฮไลต์” คือการใช้โหมด “วิดีโอคอล” (VDO Call) เป็นตัวเลือกแจ้งเหตุแบบ “เรียลไทม์” ให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพไปพร้อมกัน หรือกรณีฉุกเฉินที่ผู้แจ้งไม่สะดวกพูดคุย หรือพิมพ์ข้อความ เพราะข้อจำกัดอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ถูกคนร้ายจับตา หรือจับตัวไว้ ก็มีตัวเลือกเปิดให้เห็นภาพสถานการณ์แทน

พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สปพ. เผยความพิเศษของแอป 191 ที่พัฒนาเพื่อปรับการใช้งานให้สะดวกขึ้นกว่าเดิม ที่ต้องกดหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่แจ้งพิกัดผู้แจ้ง เล่าลักษณะเหตุการณ์ ต้องสูญเสียเวลาและเกิดความล่าช้าในการเข้าช่วยเหลือ แต่การใช้แอปแจ้งเหตุความแตกต่างแรกคือ เจ้าหน้าที่จะรู้พิกัดพื้นที่โดยไม่ต้องเสียเวลาซักถาม เพราะระบบการทำงานของแอปจะแจ้งพิกัดผู้แจ้งส่งตรงถึงเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ มีโหมดวิดีโอคอลสามารถเห็นหน้าและเหตุการณ์ได้ กรณีผู้แจ้งประสบเหตุ หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถพูดคุยเจ้าหน้าที่โดยตรง จะได้ใช้เป็นตัวเลือกแจ้งเหตุอีกทางหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ดูภาพเพื่อประเมินสถานการณ์ได้

เบื้องต้นแอปจะเริ่มใช้ก่อนในพื้นที่ กทม. โดยสามารถลงทะเบียนเข้าแอปเพื่อใช้งานได้ทันทีเพียงยืนยันชื่อ-สกุล และเลขประจำตัวประชาชน ส่วนในอนาคตจะพัฒนาต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมการรับแจ้งเหตุของศูนย์ 191 แห่งชาติ

“ทีมข่าวอาชญากรรม” พาย้อนดูสถิติการแจ้งเหตุด่วน เหตุร้ายผ่านเลขหมาย 191 พบแต่ละวันมีสายด่วนเข้ามาหลายร้อยสาย แจ้งเหตุเดือดร้อน ฉุกเฉินหลายประเภท เฉพาะเดือน พ.ค. 2566 พบว่ามีจำนวน 6,823 สาย แยกตามประเภทคดี 4 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่ม 1 (ชีวิตร่างกาย และเพศ), กลุ่ม 2 (ทรัพย์), กลุ่ม 3 (ทารุณกรรมเด็ก และปล่อยเงินกู้) และกลุ่ม 4 (คดีความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย) โดย 5 อันดับเหตุที่รับแจ้งมากสุด ได้แก่

1. ทะเลาะวิวาท จำนวน 2,042 เหตุ

2. ทำร้ายบาดเจ็บ จำนวน 1,040 เหตุ

3. ยาเสพติด จำนวน 836 เหตุ

4. ลักทรัพย์ จำนวน 639 เหตุ

5. บุคคลวิกลจริตอาละวาด จำนวน 403 เหตุ

หลายเหตุการณ์หากระงับเหตุได้ทันอาจไม่นำไม่สู่ความรุนแรง หรือสูญเสียโดยไม่ควร ขั้นตอนการ “แจ้งเหตุ” จึงนับว่าสำคัญมาก ทั้งในส่วนผู้แจ้งที่รอรับความช่วยเหลือต้องได้รับความสะดวกในการแจ้ง เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งก็ควรได้รับข้อมูลจำเป็นด้วยความเร่งด่วน เพื่อกระชับเวลาทำงานให้เร็วที่สุด ซึ่งแอป 191เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกรองรับหลังจากนี้.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

[email protected]