เวียดนามกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญมากขึ้น สำหรับบริษัทชั้นนำบางแห่งของโลก รวมถึงฟ็อกซ์คอนน์ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน

หลายประเทศขยับขยายเข้าไปในเวียดนาม ตามส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “ไชนา พลัส วัน” เพื่อกระจายธุรกิจไปยังประเทศอื่น นอกจากจีน เช่นเดียวกับรัฐบาลวอชิงตัน ที่มองว่ารัฐบาลฮานอยเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการลดการจัดหาวัตถุดิบจากจีน หลังการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ด้านข้อมูลจากกระทรวงแรงงานเวียดนาม ระบุว่า ภายในประเทศมีแรงงานทักษะสูงแค่ประมาณ 11% ของกำลังแรงงานภายในประเทศ ส่วนคนงานที่ได้รับการฝึกอบรม ซึ่งมีวุฒิการศึกษาและประกาศนียบัตร มีเพียง 26% เท่านั้น

นอกจากนี้ บรรดานักวิเคราะห์ยังกล่าวเสริมว่า มันมีปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ ที่เวียดนามต้องฝ่าฟัน ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายถนนที่พยายามตอบสนองให้ทันกับความต้องการ และโครงข่ายไฟฟ้าที่ถูกผลักดันจนถึงขีดจำกัด

ตามข้อมูลของเวิลด์แบงก์ หรือธนาคารโลก คุณภาพโครงสร้างพื้นฐานของเวียดนาม ตามหลังหลายประเทศในทวีปเอเชีย อีกทั้งความหนาแน่นของทางด่วนก็ถือว่าต่ำที่สุดในภูมิภาค สวนทางกับต้นทุนการขนส่งทางถนนที่อยู่ในระดับสูงสุด

ขณะที่องค์กรผู้บริจาคพหุภาคี ระบุในรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า ช่องว่างการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะจำกัดความสามารถของเวียดนามในการดึงดูดและรักษา “การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ” (เอฟดีไอ) รวมถึงผู้ที่ต้องการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน

ยิ่งไปกว่านั้น เวียดนามต้องส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานเช่นกัน หลังเกิดปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศมากถึง 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 50,000 ล้านบาท) ตลอดจนส่งผลให้ธุรกิจในภาคเหนือ ขาดทุนมากถึง 10% ของรายได้

ทั้งนี้ สำนักงานการลงทุนต่างประเทศ (เอฟไอเอ) ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงฮานอย ระบุว่า เวียดนามดึงดูดโครงการเอฟดีไอ มูลค่ารวม 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 638,000 ล้านบาท) ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2565 แต่นายเหวียน อัญ ตวน รองอธิบดีเอฟไอเอ ยอมรับว่า ความสนใจอย่างมากจากบรรดานักลงทุน ทำให้เวียดนามรู้สึกถึงแรงกดดัน

นายตวน กล่าวเพิ่มเติมว่า เวียดนามให้ความสำคัญกับการสร้างแรงงานที่มีทักษะสูงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงาน ตลอดจนทำให้ขั้นตอนรับสมัครมีความราบรื่น ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP