ภายหลังการเข้าควบคุม เรือนจำเหล่านี้ถูกสั่งปิด และนักโทษมากกว่า 9,000 คน ถูกย้ายไปยังเรือนจำแห่งอื่นที่แออัดยัดเยียดอยู่แล้ว

แม้นายเรมิจิโอ เซบาโยส รมว.มหาดไทยและยุติธรรมของเวเนซุเอลา ประกาศชัยชนะต่อกลุ่มอาชญากรที่ควบคุมเรือนจำโดยไม่ต้องรับโทษมานานหลายปี แต่ผู้สังเกตการณ์หลายคนประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าว ว่าเป็นกลวิธีที่เบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาสิทธิมนุษยชน และความกังวลอื่น ๆ ในประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้การตรวจสอบข้อเท็จจริงของนานาชาติ

นายอุมแบร์โต ปราโด จากกลุ่มสังเกตการณ์เรือนจำเวเนซุเอลา (โอวีพี) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) กล่าวว่า ปฏิบัติการของรัฐบาลการากัสเป็น “การแสดง” โดยให้เหตุผลว่า การบุกค้นเรือนจำโตโกรอนที่ได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างเป็นครั้งแรกนี้ เกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเวเนซุเอลา ซึ่งประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมือง

The Telegraph

ด้านโอวีพี ระบุว่า พวกเขามีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า หัวหน้าแก๊งระดับสูงหลายคนได้รับคำเตือนจากทางการ และเดินทางออกนอกประเทศก่อนที่จะเกิดการบุกค้น ขณะที่ปราโดมองว่า ปฏิบัติการทั้งหมดได้รับการออกแบบมาอย่างรอบคอบ “เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ” เนื่องจากเวเนซุเอลากำลังมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า และพยายามหาทางออกจากการคว่ำบาตร และปลดสถานะของการเป็น รัฐที่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

ภายหลังการบุกค้นครั้งแรกที่เรือนจำโตโกรอน เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลเวเนซุเอลาดำเนินปฏิบัติการแบบเดียวกันกับเรือนจำอีก 6 แห่ง โดยเรือนจำแห่งที่ 7 ในรัฐยารากุย ทางตอนเหนือของประเทศ เป็นเรือนจำแห่งสุดท้ายที่ทางการยึดคืนจากแก๊งอาชญากรรมได้

ตามข้อมูลจากผู้สันทัดกรณีจำนวนมาก หัวหน้าแก๊งสามารถกินอยู่สุขสบายได้ เพราะเวเนซุเอลาขาดทรัพยากร หรือเจตจำนงทางการเมืองในการเปลี่ยนแปลงระบบที่ทุจริต ส่งผลให้อาชญากรบางคนยังคงรีดไถ “ค่าธรรมเนียมรายเดือน” จากนักโทษคนอื่นได้อย่างอิสระ และนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้มา ไปใช้ในการขยายอาณาจักรลักลอบค้ายาเสพติดและอาวุธในโลกภายนอก

ทั้งนี้ เวเนซุเอลามีนักโทษอย่างเป็นทางการประมาณ 54,000 คน ในเรือนจำ 80 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้ต้องขังอีก 9,000 คน จากเรือนจำที่ถูกปิดไปแล้ว ทว่า 70% ของจำนวนนักโทษข้างต้น ไม่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญา

ยิ่งไปกว่านั้น ปราโดยังแสดงความกังวลว่า การปิดเรือนจำจะเป็นการซ้ำเติมสภาพความเป็นอยู่ของนักโทษ ให้เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

“คุณไม่สามารถแก้ปัญหาหนึ่ง เพื่อสร้างอีกปัญหาหนึ่งได้ การปิดเรือนจำเหล่านี้ จะทำให้ความแออัดกลายเป็นเรื่องบานปลาย”.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP