หว่อง วัย 51 ปี ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์คนใหม่ ต่อจากนายลี เซียน ลุง ซึ่งลาออกจากตำแหน่งหลังปฏิบัติหน้าที่มายาวนาน 20 ปี นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์การเมืองของสิงคโปร์ ที่นายกรัฐมนตรีของประเทศ ไม่ได้มาจาก “ตระกูลลี” อีกทั้งหว่อง ยังเป็นหนึ่งในนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ได้รับการเตรียมพร้อมให้เป็นผู้นำ ในกระบวนการสืบทอดตำแหน่งที่ถูกจัดวางอย่างรอบคอบของสิงคโปร์
“นายลอว์เรนซ์ หว่อง มีวิธีสร้างความเชื่อมั่นในการมีส่วนร่วมกับประชาชน ซึ่งมันเป็นความสามารถที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจ” นายยูจีน ตัน รองศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (เอสเอ็มยู) กล่าว
หลังจากสิงคโปร์สร้างกระแสด้วยการจองตัวศิลปินชื่อดังอย่าง “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ให้จัดคอนเสิร์ต “ดิ เอราส์ ทัวร์” ในประเทศเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คลิปวิดีโอที่หว่องโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งแสดงทักษะการเล่นกีตาร์ของเขา ในเพลง “Love Story” ของสวิฟต์ ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และทำให้เขาได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน
อนึ่ง หว่องไม่ได้ถูกยกย่องให้เป็นผู้นำรุ่นใหม่ของสิงคโปร์เสมอไป แม้เขามีประสบการณ์การทำงานในรัฐบาล มาอย่างยาวนานก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น หว่องก็สร้างความโดดเด่นให้กับตัวเอง ในฐานะประธานร่วมของคณะทำงานเฉพาะกิจของรัฐบาล เพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19
“การตอบสนองต่อการระบาดใหญ่ ชี้ให้เห็นว่า หว่องมีความเด็ดขาด และพร้อมที่จะใช้มาตรการที่เข้มงวด หากมีความจำเป็น” ตัน กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ หว่อง กล่าวในการให้สัมภาษณ์นิตยสาร “ดิ อีคอนอมิสต์” เมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาเชื่อว่าเมื่อมีแรงกดดัน และถึงเวลาของตัดสินใจที่ยากลำบาก เขาก็จะทำเช่นนั้น ตราบใดที่การตัดสินใจดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อชาวสิงคโปร์และประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเปิดกว้างรับฟังข้อมูลเชิงลึก และมุมมองของประชาชนด้วย
หว่องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน และมหาวิทยาลัยมิชิแกน-แอนอาร์เบอร์ ในสหรัฐ ตามลำดับ ตลอดจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เคนเนดี
เมื่อปี 2554 หว่องได้รับเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภาสิงคโปร์เป็นครั้งแรก และไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งในกระทรวงกลาโหม และกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงดำรงตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของสำนักงานตลาดพลังงานสิงคโปร์ (อีเอ็มเอ), ประธานธนาคารกลางสิงคโปร์ เลขานุการส่วนตัวลำดับที่หนึ่งของลี และเมื่อปี 2564 หว่องได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.คลังสิงคโปร์ และในปี 2565 ลีแต่งตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์
ขณะที่ ตัน กล่าวเสริมว่า การที่สิงคโปร์มีคนนอกตระกูลลี เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะเขาคิดว่า หากประเทศต้องพึ่งพาตระกูลหนึ่ง หรือสองตระกูล เพื่อสร้างผู้นำระดับชาติ มันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



