นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงศีลธรรมจัดการประชุมกับนักข่าวในแต่ละจังหวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแจ้งให้ผู้ทำงานด้านสื่อทราบว่า รัฐบาตาลีบันจะบังคับใช้กฎหมายห้ามการถ่ายภาพ และการเผยแพร่รูปภาพของสิ่งมีชีวิต อย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามกฎหมาย “ความชั่วร้ายและคุณธรรม” ฉบับล่าสุด

แม้การบังคับใช้หลายมาตราในกฎหมายความชั่วร้ายและคุณธรรม ซึ่งประมวลการตีความกฎหมายชารีอะห์อย่างเคร่งครัดของรัฐบาลตาลีบัน และครอบคลุมประมวลพฤติกรรมอย่างกว้างขวางนั้น ไม่มีความเสมอภาคอยู่แล้ว แต่นักข่าวหลายคนแสดงความกังวลถึงความเป็นไปได้ของ “การปราบปรามเต็มรูปแบบ” ซึ่งจะทำให้อัฟกานิสถานเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่เพียงประเทศเดียว ที่ออกกฎหมายห้ามเช่นนี้

นักข่าวคนหนึ่งในจังหวัดไดคุนดี ทางตอนกลางของอัฟกานิสถาน กล่าวว่า เขารู้สึกแย่มาก เพราะรูปภาพเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารมวลชน ที่แยกออกจากกันไม่ได้ ซึ่งภายหลังการประกาศของกระทรวงศีลธรรม สื่อในจังหวัดไดคุนดี ได้รับอนุญาตให้บันทึกเสียงในงานต่าง ๆ เท่านั้น และถ้ากฎหมายนี้ถูกบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ คนจำนวนมากที่ทำงานด้านสื่อก็จะตกงาน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตาลีบันยังไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งกระทรวงหลายแห่ง และเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนในกรุงคาบูล ยังคงโพสต์รูปภาพของผู้คน

“ดูเหมือนว่านายไฮบาตุลเลาะห์ อัคห์ฮุนซาดา ผู้นำสูงสุดของกลุ่มตาลีบัน และพันธมิตรของเขาในเมืองกันดาฮาร์ ต้องการใช้นโยบายของกลุ่มตาลีบันในช่วงทศวรรษที่ 1990 ซึ่งห้ามการเผยแพร่รูปภาพของสิ่งมีชีวิต” นางเซเลีย เมอร์ซิเออร์ หัวหน้าฝ่ายเอเชียใต้ขององค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (อาร์เอสเอฟ) กล่าว

กระนั้น เมอร์ซิเออร์กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตาลีบันบางคนดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับข้อจำกัดใหม่เหล่านี้ และการกำหนดกฎระเบียบเพิ่มเติม อาจทำให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้ว จากการห้ามไม่ให้เด็กผู้หญิงเรียนหนังสือ, การแบนในด้านสิทธิสตรี และมาตรการอื่น ๆ อีกมากมาย

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา นายไซฟุล อิสลาม ไคเบอร์ โฆษกกระทรวงศีลธรรม กล่าวว่า การแบนรูปภาพของสิ่งมีชีวิต มีผลครอบคลุมทั่วทั้งอัฟกานิสถาน และทางการจะบังคับใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ตาลีบันก็ประกาศห้ามการถ่ายภาพ และการบันทึกคลิปวิดีโออย่างชัดเจน

แม้เมอร์ซิเออร์กล่าวเตือนว่า มันมีความกลัวอย่างแท้จริงว่าในวันหนึ่ง รัฐบาลตาลีบันอาจแบนการออกอากาศในประเทศโดยเด็ดขาด แต่เธอก็ชี้ให้เห็นว่า กาลเวลาเปลี่ยนไปนับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันปกครองอัฟกานิสถานครั้งแรก ซึ่งในปัจจุบัน สมาร์ตโฟนและโทรทัศน์ เป็นสิ่งที่พบเห็นได้อย่างแพร่หลาย

“สิ่งที่ค่อนข้างย้อนแย้งคือ เราเห็นบรรดาผู้นำกลุ่มตาลีบัน ใช้สื่อโสตทัศน์ในการสื่อสาร และเพื่อโปรโมตตัวเอง” เมอร์ซิเออร์ กล่าวทิ้งท้าย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP