ทางการสหรัฐระบุว่า ฐานทัพเรือเรียม อาจทำให้จีนมีตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ในอ่าวไทย ใกล้กับน่านน้ำพิพาทอย่างทะเลจีนใต้ ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งอ้างกรรมสิทธิ์เกือบทั้งหมด และในตอนนี้ รัฐบาลวอชิงตันกำลังหาทางเสริมสร้างความสัมพันธ์กับกัมพูชา หลังรัฐบาลพนมเปญ ยกเลิกการซ้อมรบร่วมเมื่อปี 2560
กัมพูชา เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่มั่นคงที่สุดของจีน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรัฐบาลปักกิ่ง ได้ขยายอิทธิพลครอบคลุมรัฐบาลพนมเปญ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดคือ ฐานทัพเรือเรียม ซึ่งเคยได้รับเงินทุนสนับสนุนบางส่วนจากสหรัฐ และท่าเทียบเรือแห่งใหม่ก็ทอดยาว 363 เมตร เข้าไปในอ่าวไทย
อนึ่ง เรือคอร์เวตต์ต่อต้านเรือดำน้ำ “ไทป์-056เอ” ของจีน จำนวน 2 ลำ จอดเทียบท่าฐานทัพเรือเรียมมาประมาณ 12 เดือนแล้ว ซึ่งบรรดาผู้นำของกัมพูชายืนกรานว่า ฐานทัพแห่งนี้ไม่อนุญาตให้มหาอำนาจต่างชาติใช้งาน อย่างไรก็ตาม ตัวท่าเทียบเรือ และเรือของจีน ล้วนเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงผลประโยชน์ของรัฐบาลปักกิ่งในกัมพูชา ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันพยายามตอบโต้ ด้วยการส่งเรือรบ “ยูเอสเอส ซาวานนาห์” เข้าเทียบท่าเช่นกัน
นายทิโมธี ฮีธ นักวิจัยอาวุโสด้านการป้องกันระหว่างประเทศ จากคลังสมอง “แรนด์ คอร์ปอเรชัน” ในสหรัฐ กล่าวว่า แม้ฐานทัพเรือเรียมของกัมพูชา ไม่ได้กลายเป็นฐานทัพจีนอย่างเป็นทางการ แต่เรือรบของรัฐบาลปักกิ่งสามารถได้รับสิทธิพิเศษ ในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อดำเนินการฝึกซ้อมและเติมเสบียง
“ท่าเทียบเรือแห่งนี้อยู่ไกลจากเส้นทางการค้าและการขนส่งน้ำมันที่สำคัญอย่างช่องแคบมะละกา แต่จีนอาจพบคุณค่าในการจัดตั้งสถานที่รวบรวมข่าวกรองที่ฐานทัพเรือเรียม” ฮีธ กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ เดินทางเยือนกัมพูชา เมื่อเดือน มิ.ย. 2567 และเรือรบยูเอสเอส ซาวานนาห์ เข้าจอดเทียบท่าในเมืองพระสีหนุ หรือสีหนุวิลล์ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งนายอาลี ไวน์ นักวิจัยและที่ปรึกษาจากอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป (ไอซีจี) กล่าวว่า การเยือนกัมพูชาของเรือสหรัฐ ถือเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลวอชิงตัน ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศกับรัฐบาลพนมเปญ
ภายหลังการมาถึงของเรือรบยูเอสเอส ซาวานนาห์ พล.ร.อ.ซามูเอล ปาปาโร ผู้บัญชาการกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐ ก็เดินทางเยือนกัมพูชา และพบปะกับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี
“สหรัฐใช้แนวทาง ‘รอประเมินสถานการณ์และเฝ้าติดตาม” กับฐานทัพเรือเรียม” พล.ร.อ.ปาปาโร กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ท่าเรือในสีหนุวิลล์ พร้อมกับเสริมว่า รัฐบาลวอชิงตัน “เคารพ” ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับกัมพูชา อีกทั้งการที่สหรัฐเยือนกัมพูชา และทำกิจกรรมร่วมกันนั้น ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบโต้ใครแต่อย่างใด
ขณะที่ นายอู วิรัก นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวว่า การอนุญาตให้เรือรบสหรัฐจอดเทียบท่าในกัมพูชา อาจเป็น “ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด” ของรัฐบาลพนมเปญ เนื่องจากพวกเขาต้องการ “เปลี่ยนการรับรู้ของคนทั่วโลก” ที่มองว่า กัมพูชาเป็นเพียงหุ่นเชิดของจีน.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



