ภายหลังการเดินทางเยือนปานามาเป็นประเทศแรก รูบิโออธิบายว่ามันเป็นการพบปะที่ “แสดงความเคารพนับถือ” และกล่าวว่า เขาจะหาวิธีแก้ปัญหาอย่างเงียบ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในประเด็นเกี่ยวกับคลองปานามา
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กลับออกแถลงการณ์อย่างห้วน ๆ โดยระบุว่า รูบิโอได้ยื่นคำขาด และปานามาตกลงที่จะให้เรือของรัฐบาลสหรัฐ เดินทางผ่านได้ฟรี ส่งผลให้เกิดการปฏิเสธอย่างดุเดือดในเวลาต่อมา
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งของรูบิโอ ซึ่งเขาเป็นอดีตวุฒิสมาชิกสหรัฐที่มีบุคลิกดี ใช้ทักษะทางการเมืองที่เขาฝึกฝนมานานหลายสิบปี รู้จักการประนีประนอม และอาศัยมิตรภาพกับคู่สนทนา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เรียนรู้ที่จะพูด “ภาษาของทรัมป์” ทั้งการประกาศข้อตกลงใหม่อย่างหุนหันพลันแล่น การข่มขู่บนสื่อสังคมออนไลน์ และการสื่อสารโดยใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ในบางครั้ง
รูบิโอ ซึ่งเป็นรมว.การต่างประเทศคนแรกของสหรัฐ ที่มีเชื้อสายฮิสแปนิก กล่าวว่า การเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกของเขา ใน 5 ประเทศของลาตินอเมริกา ได้แก่ ปานามา เอลซัลวาดอร์ คอสตาริกา กัวเตมาลา และสาธารณรัฐโดมินิกัน “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” เนื่องจากเขารู้จักบุคคลสำคัญทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะฝ่ายอนุรักษนิยม ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ในฐานะนักการเมืองจากเมืองไมอามี
???????????????????????? pic.twitter.com/Awz5Nn604h
— Casa Presidencial ???????? (@PresidenciaSV) February 3, 2025
แม้รูบิโอกล่าวว่า เขาต้องเดินทางเยือนประเทศที่ใช้ภาษาสเปน เพราะเขาพูดได้ 2 ภาษา และมันถือเป็นโอกาสที่ดี กระนั้น โอกาสดังกล่าวก็ขัดแย้งกับนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ รูบิโอเคยเรียกร้องให้สหรัฐมีวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมมากขึ้น และตอบโต้ด้วยคำพูดดูถูกที่หยาบคาย เมื่อเขาลงแข่งกับทรัมป์ เพื่อคว้าสิทธิเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกัน ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อปี 2559
แต่ในปัจจุบัน รูบิโอทำหน้าที่ตามความต้องการของทรัมป์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ รวมถึงปกป้องความพยายามต่อต้านการอพยพ โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทของผู้ลักลอบขนคนเข้าเมือง
ยิ่งไปกว่านั้น รูบิโอยังถูกบังคับให้แก้ต่างคำพูดที่น่าตกตะลึงของประธานาธิบดี ในลักษณะเดียวกับที่ผู้ช่วยของทรัมป์ทำในการดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยแรก ซึ่งหลังจากทรัมป์กล่าวถึงการส่งกองทหารสหรัฐเข้าไปในฉนวนกาซา และการอพยพชาวปาเลสไตน์ รูบิโอก็รีบออกมากล่าวว่า ทรัมป์เพียงเสนอการฟื้นฟูฉนวนกาซา เพื่อแสดงความมีน้ำใจเท่านั้น
อนึ่ง นักการทูตคนหนึ่งที่สังเกตการณ์การเดินทางเยือนของรูบิโอ กล่าวว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่า แนวทางแข็งกร้าวของรูบิโอประสบความสำเร็จ แต่คำถามคือ ถ้าสหรัฐได้รับชัยชนะเพียงเพราะการผลักดัน แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อมหาอำนาจอื่นสามารถผลักดันได้มากกว่า.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



