การเจรจารอบใหม่เพิ่งเกิดขึ้้น ที่เมืองเจดดาห์ โดยนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ หารือกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของยูเครน เพื่อสรุปประเด็นต่าง ๆ และฟื้นฟูข้อตกลงหยุดยิงระหว่างยูเครนกับรัสเซีย

ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ และความขัดแย้งในภูมิภาค ซาอุดีอาระเบียประสบความสำเร็จในการพยายามวางตำแหน่งตัวเอง ให้เป็นจุดเชื่อมโยงสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนระดับภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูง

ด้วยความช่วยเหลือจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐและรัสเซียดำเนินการแลกเปลี่ยนนักโทษเมื่อเดือน ส.ค. 2567 ซึ่งถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่การสิ้นสุดของสงครามเย็น และเมื่อไม่นานมานี้ ซาอุดีอาระเบียก็เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฉุกเฉินขององค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ซึ่งรับเอาแผนการฟื้นฟูฉนวนกาซาของสันนิบาตอาหรับ มาใช้อย่างเป็นทางการ แทนข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการให้สหรัฐเข้าควบคุมฉนวนกาซา และอพยพผู้คนออกจากดินแดนปาเลสไตน์

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ทรงสมควรได้รับการยกย่อง สำหรับการฟื้นฟูความเกี่ยวข้องระดับโลก เนื่องจากแผน “วิสัยทัศน์ 2030” หรือ วิชั่น 2030 ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และพัฒนาความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนที่แข็งแกร่งขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น และเชื่อถือได้ทั่วโลก

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงอันลึกซึ้งที่สุดของซาอุดีอาระเบีย อยู่ที่นโยบายต่างประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งซาอุดีอาระเบียไม่เป็นเพียงผู้เล่นหลัก แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับภูมิภาคด้วย โดยรัฐบาลริยาดพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลให้อิทธิพลทางการทูตของซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้นเช่นกัน

แม้การกระทำในอดีตของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด ดูเหมือนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ และความพยายามบางอย่างอาจเป็นเชิงสัญลักษณ์มากกว่ามีสาระสำคัญ อย่างไรก็ตาม สัญญาณความทะเยอทะยานของซาอุดีอาระเบีย ที่จะมีบทบาทมากขึ้นในการเมืองระดับโลก และการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้

แน่นอนว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ จากการเป็นจุดตัดของทวีปยุโรป เอเชีย และแอฟริกา เพื่อมีบทบาทสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์ แต่การที่ซาอุดีอาระเบียก้าวขึ้นมาเป็นกำลังทางการทูต ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการพัฒนาสถาบัน และการลงทุนด้านนโยบายต่างประเทศ ในช่วงเวลาที่ประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐ กำลังลดงบประมาณความช่วยเหลือต่างประเทศ และเลิกจ้างพนักงานภาครัฐ.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP