คนหนุ่มสาวมากกว่า 150 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-35 ปี ต่างกระตือรือร้นที่จะออกห่างจากหน้าจอ เพื่อใช้เวลายามค่ำคืน และพบปะผู้คนในชีวิตจริง ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรม “ดิจิทัลดีท็อกซ์” ระยะเวลา 2 ชั่วโมง

แต่ละคนซื้อตั๋วเข้าร่วมกิจกรรมในราคา 9.5 ปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 408 บาท) เพื่อแลกกับโอกาสที่จะปิดโทรศัพท์มือถือของพวกเขา และมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นแบบต่อหน้าต่อตา ซึ่งผู้เข้าร่วมหลายคนกล่าวว่า แม้พวกเขาเป็นคนที่เติบโตมากับเทคโนโลยี แต่พวกเขาก็รู้สึกเบื่อ และอยากเชื่อมต่อกับโลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง

ตามข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมของสหราชอาณาจักร “ออฟคอม” (Ofcom) ชาวสหราชอาณาจักรรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี ใช้เวลาอยู่กับสมาร์ตโฟนของพวกเขาโดยเฉลี่ย 4 ชั่วโมง 3 นาทีต่อวัน อย่างไรก็ตาม บางคนใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงต่อวัน ไปกับการส่งข้อความคุยกับครอบครัวและเพื่อน รวมถึงท่องอินเทอร์เน็ต และเช็กสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ พื้นที่จัดกิจกรรมดิจิทัลดีท็อกซ์ อยู่ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ซึ่งภายในห้องโถงมีโต๊ะเป็นจำนวนมาก และบนโต๊ะต่างเต็มไปด้วยบอร์ดเกมต่าง ๆ อีกทั้งยังมีเสียงฮัมเพลงที่น่าตื่นเต้น ดังก้องไปทั่วผนังโบสถ์

The Manila Times

“การออกห่างจากโทรศัพท์มือถือ ทำให้ผมเป็นอิสระ ซึ่งผมไม่รู้ว่าตัวเองติดโทรศัพท์มือถือ และบ่อยครั้งที่ผมรู้สึกอยากหยิบมันขึ้นมา และเลื่อนหน้าจอดูสิ่งต่าง ๆ” นายแฮร์รี สเตด วิศวกรวัย 25 ปี กล่าว พร้อมกับเสริมว่า เขาเคยเป็นโรคกลัวตกระแสมาก่อน

แม้ดิจิทัลดีท็อกซ์ เป็นกิจกรรมที่จัดในสถานที่จริง แต่ในทางกลับกัน ผู้เข้าร่วมต่างทราบข้อมูลเกี่ยวกับออฟไลน์คลับ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมักจะเป็นโพสต์บนแพลตฟอร์มอินสตาแกรม

ด้านนายเบ็น ฮาวน์เซลล์ ผู้จัดกิจกรรม วัย 23 ปี กล่าวว่า เขาไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี หรือเรียกร้องให้ทุกคนเลิกใช้โทรศัพท์มือถือ แต่ดิจิทัลดีท็อกซ์ ทำให้หลายคนเริ่มตระหนักว่า การอยู่ห่างจากสมาร์ตโฟนสักประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นประโยชน์อย่างมากในหลาย ๆ ด้าน

นับตั้งแต่ออฟไลน์คลับ เปิดตัวเมื่อช่วงสิ้นเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ก็มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน ซึ่งฮาวน์เซลล์กล่าวเสริมว่า คลับแห่งนี้เติบโตอย่างรวดเร็วในกรุงลอนดอน และตั๋วเข้าร่วมกิจกรรมขายหมดในทันทีทุกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น ออฟไลน์คลับยังเปิดสาขาอีกหลายแห่ง เช่น กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส, เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน และนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

“เนื่องจากความเหงาและปัญหาสุขภาพจิตกำลังเพิ่มขึ้น และขยายวงกว้าง ผู้คนจึงแสวงหาการเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อกับคนอื่นอย่างแท้จริง โดยอยู่ห่างจากหน้าจอ” นายอิลยา เนปเปลเฮาต์ เจ้าของออฟไลน์คลับในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าว “พวกเราหลายคนติดสื่อสังคมออนไลน์และโทรศัพท์มือถือ เพราะเราใช้มันทั้งที่ไม่อยากใช้มัน และเราใช้มันทั้งที่เรารู้ว่า มันไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น”.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP