สวัสดีจ้า “ขาสั้น คอซอง” สัปดาห์นี้ มีกิจกรรมดีๆของ กรมการศาสนา ที่จัดโครงการอบรมเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะความเป็นผู้นำ วางแผน สื่อสาร รวมถึงการฟัง พูด และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพในสังคมพหุวัฒนธรรม มานำเสนอกันจ้า


โดยค่ายเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ มีการจัดมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปีแล้ว แต่ในปีนี้เป็นครั้งแรกที่มีเยาวชนจาก 4 จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อวันที่ 5-9 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่จ.ชลบุรี

มาฟังความรู้สึกของเยาวชนจากศาสนาต่างๆ ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กันเลยดีกว่า เริ่มจาก “ขวัญข้าว” ทัชชกร จิวัฒนาชวลิตกุล โรงเรียนตันหยงมัส จ.นราธิวาส บอกว่า ก่อนเข้าค่ายรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่พอได้มาเข้ารับการอบรม ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักศาสนาทั้ง 5 ศาสนา และด้วยความที่ตนอยู่ภาคใต้ ทำให้ไม่ค่อยได้พบกับศาสนิกชนชาวซิกข์ จึงสนใจศาสนาซิกข์เป็นพิเศษ ที่ได้มีโอกาสเข้าไปเห็นความสวยงามของวัดซิกข์ และพิธีกรรมของชาวซิกข์ กิจกรรมที่ชอบ คือ กิจกรรมทัศนศึกษาศาสนสถาน ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับศาสนสถานต่างๆ รวมถึงกิจกรรมของมูลนิธิคุณพ่อเรย์ ที่มีกิจกรรมเรียนรู้การนำทางอย่างถูกวิธีของคนตาบอดโดยการให้ทดลองปิดตา ทำให้เข้าใจถึงความลำบากของคนตาบอด

ขณะที่ “วี” วิดาด มีมะ โรงเรียนมะอาหัดอิสลามียะห์ จ.ยะลา บอกว่า ก่อนมาเข้าร่วมค่ายรู้สึกกังวลว่าจะเข้ากับเพื่อนๆ ต่างศาสนิกได้หรือไม่ และไม่ทราบว่าโครงการจะออกมาในรูปแบบใด แต่เมื่อได้เข้ามาแล้วพบว่าเพื่อนๆ มีความเป็นมิตร เป็นกันเอง คุยสนุก พี่ๆ ทีมงานและผู้แทนองค์การทางศาสนาใจดีทุกคน สิ่งที่ได้รับจากการอบรมจะนำไปขยายผลต่อให้กับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนว่าการอยู่ร่วมกันกับคนศาสนาอื่นเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมนั้นไม่ยากอย่างที่คิดเลย

ส่วน “พ็อกกี้” บุญฤทธิ์ ยอดแก้ว โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 จ.สงขลา เล่าว่า ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมมีความเข้าใจว่าประเทศไทยมีเพียง 3 ศาสนาเท่านั้น คือ พุทธ อิสลาม และคริสต์ แต่เมื่อเข้ารับการอบรมครั้งนี้ได้รับความรู้เพิ่มมาอีก 2 ศาสนา คือ พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ ส่วนกิจกรรมที่ชอบที่สุด คือ กิจกรรมละลายพฤติกรรม เพราะทำให้ได้รู้จักเพื่อน มากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชนจากส่วนกลาง รู้สึกประทับใจมากที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ สิ่งที่ได้รับจากโครงการนี้จะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

ด้าน “เกล” ณัฐธิกานต์ ถิ่นชะนะ โรงเรียนกาบังพิทยาคม จ.ยะลา บอกว่า ประทับใจกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับเพื่อน ๆ เช่น กิจกรรมสุนทรียสนทนา โดยให้จับกลุ่มกับเพื่อนที่สนิทที่สุดแล้วให้เล่าเรื่องราวในชีวิตที่เป็นความภาคภูมิใจ ความประทับใจที่อยากบอกเล่าให้เพื่อนได้รับฟัง ซึ่งไม่เคยได้พูดกับใคร กิจกรรมนี้ทำให้ได้ปลดล็อคความรู้สึกในใจของตนเอง ได้พูดในสิ่งที่ไม่เคยได้พูดแล้วมีคนคอยรับฟัง หากมีโอกาสจะมาเข้าร่วมโครงการอีกครั้งแน่นอน

ปิดท้ายที่ “ฮันนี่” รสริน รัตนทวีแก้ว โรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติ จ.สมุทรปราการ เล่าว่า หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมแล้วรู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรของเพื่อนๆ และพี่ๆ ทีมงาน รู้สึกดีใจที่ได้ไปศาสนสถานของศาสนาอื่น ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลักปฏิบัติของศาสนาต่างๆ นอกจากนี้ตนเองได้เข้ามัสยิดเป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นและเป็นค่ายแรกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย ซึ่งได้รับความรู้จากการอบรมครั้งนี้มากมาย

ค่ายเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่กรมการศาสนาจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เยาวชนจากทั้ง 5 ศาสนา ได้เข้ามาเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม



