ทัพนักกีฬาไทย ตั้งความหวังในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพที่ 234 เหรียญทอง จาก 574 เหรียญทอง

ข้อมูลนี้มาจากการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกชนิดกีฬา นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประจำทีมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 4 ส.ค.

จาก 234 เหรียญทอง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศเป้าหมาย กวาดเรียบทั้ง 4 เหรียญทอง

ฟุตบอลชาย, ฟุตบอลหญิง, ฟุตซอลชาย, ฟุตซอลหญิง

เป้าหมายสุดอหังการ แต่ใช่ว่าไม่เคยเกิด ไทย เคยกวาด “Quadruple Champ” หรือ 4 แชมป์รวดมาแล้ว ในปี 2013 ในซีเกมส์ ที่เมียนมา

บอลชาย(ชุดแจ้งเกิดนักเตะและ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง), บอลหญิง, ฟุตซอลชาย, ฟุตซอลหญิง

ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ย้อนไปปี 2007 ซีเกมส์ที่โคราช บอลไทยก็ “Quadruple Champ” เช่นกัน ซึ่งหนนั้นเป็นการจัดฟุตซอลครั้งแรก

ไทย เป็นชาติเดียวที่ทำได้ ในการเก็บเรียบ 4 ทองกีฬาลูกหนังซีเกมส์

แต่ถ้านับเฉพาะ “ฟุตบอล” ดับเบิลแชมป์มี 2 ชาติ ไทย ทำได้ 3 ครั้ง ปี 1985, 2007 และ 2013

อีกชาติคือ เวียดนาม 2 ครั้งปี 2019 กับ 2021

แล้วทีนี้ กับเป้าหมายกวาด 4 ทอง ของ “เจ้าภาพ” ไทย มีโอกาสเป็นจริง เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 มากน้อยแค่ไหน

ก็ต้องวิเคราะห์ทีละทีม ทีละรายการ

เอาสนามเล็กก่อน “ฟุตซอล” ซึ่งน่าจะเป็น 2 เหรียญ ชัดๆ ของไทย

ผลงานที่ผ่านมา ทั้งฟุตซอลชาย และหญิง ทีมไทยไม่เคยพลาดเลย กวาดมาทีมละ 5 เหรียญทอง จากการจัด 5 ครั้ง ปี 2007, 2011, 2013, 2017 และ 2021

วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน จะบอกว่า “ชัวร์” ก็อาจไม่ขนาดนั้น

“ฟุตซอลชาย” แม้ไร้เทียมทานในย่านอาเซียนมานาน ตอนนี้อันดับ 11 ของโลก แต่ประเด็นคือ ปัจจุบันอยู่ในยุคเปลี่ยนถ่ายเลือด ดันดาวรุ่งขึ้นมา

กับรายการพิเศษ “คอนติเนนตัล ฟุตซอล” แม้จะได้แชมป์ แต่ก็มีแมตช์ฝืดๆ อย่างเกมแรก ชนะ ไต้หวัน 3-0 และ รอบชิงชนะเลิศ ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 3-2

แน่นอนว่า คู่แข่งคือ เวียดนาม ทีมอันดับ 31 ของโลก รวมทั้ง อินโดนีเซีย

คงจำกันได้ ศึกชิงแชมป์อาเซียน เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ฟุตซอลไทย แพ้ เวียดนาม ในรอบแรก 1-2 ก่อนแพ้ อินโดนีเซีย รอบรองฯ 1-5 ชวดเข้าชิงฯ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ส่งเข้าแข่งขัน

ก่อน อินโดฯ คว้าแชมป์ ส่วน ไทยได้ที่ 3

แม้หนนั้นเราไม่ได้จัดชุดใหญ่ แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนหนึ่งเหมือนกัน ว่า “ไม่หมู”

ส่วน “ฟุตซอลหญิง” ทีมไทย ทำได้ดี ในชิงแชมป์เอเชีย เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา คว้ารองแชมป์เอเชีย พร้อมสิทธิ์ไปฟุตซอลหญิงโลก ถือว่า “โดดเด่น”

แต่ก็ เวียดนาม อีกนั่นแหละ ที่จะเป็นก้างชิ้นสำคัญ

ตอนชิงแชมป์เอเชีย เข้ารอบ 2 แบบ ชนะ 2 เสมอ 1 แต่มาเจอของแข็ง ญี่ปุ่น ในรอบ 8 ทีม เลยจอดป้าย และสุดท้าย ญี่ปุ่น ไปได้แชมป์

ถอยไปฟุตซอลหญิงอาเซียน 2024 เวียดนาม ก็เป็นแชมป์ รอบชิงฯ ต่อเวลาชนะไทย 2-1

และประมาทไม่ได้คือ ฟิลิปปินส์ ที่จะเป็นเจ้าภาพฟุตซอลหญิงโลก 2025 ที่แข่งก่อนซีเกมส์ ไม่กี่วัน ก็คงจะเตรียมตัวมาดี

สำหรับโต๊ะเล็กหญิงไทยก็เช่นกัน เป็นการลุยต่อเนื่องจากฟุตซอลโลก

ขยับไปที่สนามใหญ่ “ฟุตบอล”

ฟุตบอลหญิง “เวียดนาม” ครองเจ้าซีเกมส์ กวาดเหรียญทองมาแล้ว 4 สมัยรวด ครองตำแหน่งแชมป์สูงสุด 8 สมัย

ส่วนไทย 5 สมัย และได้ทองครั้งสุดท้าย ปี 2013 หรือ 12 ปีที่แล้ว

ชบาแก้ว ก็อยู่ในช่วงถ่ายเลือด มาตรฐานจึงยัง “ไม่นิ่ง”

จากการนำของ ฟูโตชิ อิเคดะ อกหักตกรอบบอลหญิงเอเชีย ชวดไปบอลโลกแต่หัววัน เล่นเอา อิเคดะ เกือบเด้ง

ศึกอาเซียนหญิงที่เวียดนาม ทีมไทย ขนนักเตะดาวรุ่งไปหลายคน เพราะไม่ใช่ช่วงฟีฟ่าเดย์ ผลงานไม่สบอารมณ์แฟนบอล จบด้วยอันดับ 4

ก็หวังว่า ซีเกมส์ ตัวจะดีกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าผลงานจะดีแบบผิดหูผิดตา

ต้องยอมรับว่า ในซีเกมส์ เวียดนาม คือเต็ง 1 อันดับโลกสูงสุดอาเซียน อยู่ที่ 37 ไหนจะ เมียนมา ที่เราเสียท่าในรอบรองฯ ก็กลับมาแล้ว

และอย่าลืมนะครับ ยุคนี้ “ฟิลิปปินส์” มาแล้ว อยู่ที่ 39 โลก กับนโยบาย “แข้งนอก”

ส่วนไทย ล่าสุด ตก 7 ขั้น ไปอยู่ที่ 53 โลกแล้ว

“ฟุตบอลชาย” ยิ่งไม่แน่นอน หากวัดผลงานที่ผ่านมา เทียบกัน

“โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เพิ่งเข้ามารับงาน และปัญหาคือสภาพตัวผู้เล่น เราจะได้นักเตะเกรดดีแค่ไหน ในเมื่อฟุตบอลลีกไทย ไม่หยุดแข่งให้ และเมื่อไม่ใช่ฟีฟ่าเดย์ สโมสรมีสิทธิ์ “ไม่ปล่อย” เป็นปัญหาโลกแตกของไทย

บอลชายไทย ก็รอแชมป์ซีเกมส์มานาน ครั้งสุดท้ายคือปี 2017 หรือ 8 ปีที่แล้ว ในการคุมของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ

ซีเกมส์ 2 ครั้งหลัง เราเข้าชิงชนะเลิศ แต่แพ้ เวียดนาม และ อินโดนีเซีย ตามลำดับ

แน่นอน คู่ปรับเบอร์ 1 คือ เวียดนาม ของ คิมซังซิก บุรุษที่พาทีมชาติเวียดนาม ครองแชมป์อาเซียนทั้งชุดใหญ่ และชุด 23 ปี ในปีเดียว

ในศึกอาเซียน ชุดใหญ่ รอบชิงชนะเลิศ ชนะไทย ทั้งไป-กลับ บุกมาชูถ้วยที่ราชมังคลากีฬาสถาน

ส่วนชุด 23 ปี ก็เพิ่งได้แชมป์อาเซียน รอบชิงพิชิต “เจ้าภาพ” อินโดฯ

อินโดนีเซีย เองก็อยู่ในยุคพยายามพัฒนาวงการฟุตบอล ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดาๆ ชุด 23 ปี เจอกันในรอบรองฯ ชิงแชมป์อาเซียน ล่าสุด ที่ไทยแพ้จุดโทษ ก็ถือว่า อินโดฯ ดีกว่าในเวลาปกติ เรามาได้ช่วงต่อเวลาพิเศษ

นั่นคืออุปสรรคของ บอลชายไทย

ไล่เรียงครบ 4 ทีม สรุปแล้ว ฟุตซอลชาย น่าจะโอกาสกว้างสุด ตามด้วย ฟุตซอลหญิง (แต่ย้ำว่า ไม่ใช่แบเบอร์)

“ฟุตบอลชาย” ใครจะกล้ารับประกันว่าแชมป์ชัวร์ ถือว่าหมิ่นเหม่

ขณะที่ “ฟุตบอลหญิง” ประเมินสถานการณ์แล้วเหนื่อยสุด

4 เหรียญทองที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าไว้ จึงถือว่า “ยาก” และการเป็น “เจ้าภาพ” ไม่ใช่ข้อได้เปรียบที่จะพลิกสถานการณ์จนเทมาฝั่งเราทั้งหมด

อย่างว่าแหละ บอลไทยเตะในบ้าน มันก็ต้องตั้งความหวัง แชมป์ทุกรายการไว้ก่อน น้อยกว่านั้นไม่ได้

แต่ถ้าแบข้อมูล ว่าตามหน้าเสื่อ เอาสัก 2 ทอง ++

น่าจะโอเค หากดูแค่จำนวนเหรียญ

ที่สำคัญอย่างที่รู้ๆ “เหรียญใหญ่” ฟุตบอลชาย มันมีผลต่อบรรยากาศมาก

“ได้” หรือ “ไม่ได้” สามารถชี้ได้เลยว่า ซีเกมส์ที่ไทยปลายปีนี้

จะจบแบบ “เซ็งๆ” หรือ “สดชื่น”.

***วุฒินล บุญวานิช***