“หนังแอ็กชัน The Black Pirateผลงานการแสดงของ Douglas Fairbanks ที่รับบทชายหนุ่ม ที่ปลอมตัวไปเป็นกะลาสีเพื่อหวังจะแก้แค้น หนังนำเสนอทั้งฉากต่อสู้ การฟันดาบ และฉากรักสนุกสนาน เป็นหนังยาวเรื่องแรกๆ ที่ใช้เทคนิคคัลเลอร์แบบสองสี ช่วยสร้างสีสันสดใสให้กับการผจญภัยบนจอใหญ่ครั้งนี้” หนึ่งในโปรแกรมที่เตรียมฉายให้ชมกันใน เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ประเทศไทย ครั้งที่ 9 (9th Silent Film Festival in Thailand)ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 5-7 กันยายน ณ หอภาพยนตร์ เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ประเทศไทยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และมูลนิธิหนังไทย โดยการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ THACCA พาย้อนเวลาสู่ความคลาสสิก คัดเลือกภาพยนตร์ 7 โปรแกรมที่จะเป็นตัวแทนความหลากหลายของภาพยนตร์ในช่วงเริ่มต้นอุตสาหกรรม
ขณะที่ไฮไลต์คือวงดนตรี The Sprockets นำโดยนักเปียโนชาวเนเธอร์แลนด์ Maud Nelissen ที่เคยมาแสดงในเทศกาลหนังเงียบหลายครั้งในฐานะนักเดี่ยวเปียโน และครั้งนี้เดินทางมาพร้อมกับ 6 สุดยอดนักดนตรี เป็นการแสดงสดที่ได้แรงบันดาลใจจากประเพณีวงดนตรีขนาดเล็กที่บรรเลงประกอบภาพยนตร์เงียบของโรงภาพยนตร์ชั้นนำในสมัยก่อน และการแสดงในเทศกาลหนังเงียบ ประเทศไทยครั้งนี้จะเป็นการแสดงนอกยุโรปครั้งแรก

นอกจากหนังแอ็กชัน The Black Pirate (2469) ที่กล่ามา ปีนี้ในเทศกาลฯคัดเลือกภาพยนตร์รวม 7 โปรแกรม ทั้งโปรแกรมพิเศษจากEye Filmmuseum โดยรวบรวมหนังสั้นและหนังขนาดกลางไว้ด้วยกัน 7 เรื่องที่อนุรักษ์ ประกอบด้วย De molens die juichen en weenen (2455) หนังสั้นดั่งกวีที่ถ่ายทอดภาพของกังหันในชีวิตประจำวันของชาวเนเธอร์แลนด์ ภาพยนตร์ 5 เรื่อง จากชุด The Fantastic Flowers ซึ่งรวบรวมหนังสียุคแรกเริ่มหลายเรื่องโดยต้องใช้คนระบายสีแต่ละเฟรมลงแผ่นฟิล์ม และสุดท้าย La souriante Madame Beudet (2466) หนังเงียบฝรั่งเศส กำกับโดย Germaine Dulac ซึ่งถือเป็นหนังเฟมินิสต์เรื่องแรก ๆ ของโลก เล่าเรื่องราวของหญิงสาวที่ต้องทนทุกข์กับสามีผู้นิยมใช้ความรุนแรงกับเธอ
โปรแกรมหนังสั้นตลกอ้วนผอม หนังตลกผลงานการแสดงLaurel และ Hardyที่คนไทยจะรู้จักในนาม ตลกอ้วนผอมมี 3 เรื่องได้แก่You’re Darn Tootin’ (2471) ทั้งสองนักแสดงรับบทนักดนตรีที่ถูกไล่ออกจากวง และต้องพยายามหาเงินข้างถนนแทน Big Business (2472) Laurel และ Hardy มาในบทพนักงานขายต้นคริสต์มาสตามบ้านในวันแดดออกเปรี้ยงในเมืองแคลิฟอร์เนีย ส่วนอีหนึ่งเรื่อง Liberty (2472) รับบทผู้ต้องหาที่พยายามหนีการจับกุม แต่ดันบังเอิญสลับกางเกง การพยายามจะสลับกางเกงคืนนำไปสู่ความโกลาหลไปทั้งเมือง

สำหรับ “Eine Tolle Nacht”( 2470) ภาพยนตร์เงียบเยอรมันแนวคอเมดี้-โรแมนติก เล่าเรื่องค่ำคืนหฤหรรษ์ของเจ้าของโรงงานแสนซื่อที่เดินทางมากรุงเบอร์ลินครั้งแรกเพื่อจะได้พบกับนักเต้นรำในฝัน จากความหวังเล็ก ๆ กลายเป็นการผจญภัยครั้งใหญ่เมื่อต้องพบบุคคลและเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมากมาย

มาที่ “Waxworks” หนังปี 2467 “ห้องหุ่น” เวอร์ชัน expressionist จากเยอรมนี ผลงานกำกับของ Paul Leni ที่เล่าเรื่องราวของหุ่นขี้ผึ้งสามตัว หนังผสมผสานความสยองขวัญ ความแฟนตาซี และประวัติศาสตร์ อย่างน่าขนลุก ขณะที่ “The Goddess” (2477) หนังเงียบที่โด่งดังมากของจีน โดยครั้งนี้ฉายฉบับที่หอภาพยนตร์จีนเพิ่งบูรณะใหม่ และได้ฉายรอบปฐมทัศน์โลกในงานเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลินเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หนังเรื่องนี้แสดงนำโดย Ruan Lingyu ดาราหญิงชื่อดังของจีนในยุคหนังเงียบ และ “The Fall of the House of Usher” (2471) หนังเงียบฝรั่งเศส ผลงานกำกับของ Jean Epstein ที่ดัดแปลงเรื่องสั้นสยองขวัญเลื่องชื่อของ Edgar Allan Poe เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มที่ไปบ้านเพื่อนสมัยเด็ก แล้วพบปะบรรยากาศภายในบ้านที่ไม่น่าไว้วางใจ หนังเน้นการสร้างอารมณ์และบรรยากาศหลอกหลอน ฯลฯ อีกหนึ่งโปรแกรมในเทศกาลฯ พาสัมผัสประสบการณ์ดูหนังแบบคลาสสิก .



