โครงการมรดกตกทอดของอดีตประธานาธิบดีโจโค วิโดโด เผชิญกับปัญหาการตัดงบประมาณ การก่อสร้างที่ล่าช้า และการขาดความสนใจจากผู้นำคนใหม่ที่มุ่งเน้นโครงการใหญ่เพื่อสังคม ส่งผลให้เกิดคำถามว่า กรุงนูซันตารา ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงแทนกรุงจาการ์ตาที่แออัดและทรุดตัวอย่างรวดเร็ว จะมีศักยภาพตามคำมั่นสัญญาหรือไม่


“เจตจำนงทางการเมืองที่มีต่อกรุงนูซันตาราในตอนนี้ดูเงียบเหงา เนื่องจากมันเห็นได้อย่างชัดเจนว่า พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนปัจจุบัน ทุ่มเงินให้กับสวัสดิการแทน” นายเดดี ดินาร์โต ผู้ช่วยอาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษาด้านนโยบายสาธารณะ “โกลบอล เคาน์เซล” กล่าว


อนึ่ง กรุงนูซันตารามีเจ้าหน้าที่เทศบาลอาศัยอยู่เพียงกว่า 1,000 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวง พนักงานบริการ และบุคลากรทางการแพทย์อีกไม่กี่ร้อยคน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับประชากรราว 12 ล้านคนในกรุงจาการ์ตา และเป้าหมายที่จะทำให้เมืองหลวงแห่งใหม่มีประชากร 2 ล้านคน ภายในปี 2588


ตัวเลขงบประมาณอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นถึงการตัดงบประมาณจาก 43.4 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 84,750 ล้านบาท) ในปี 2567 เหลือแค่ 6.3 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 12,300 ล้านบาท) ในปี 2569 อีกทั้งเงินทุนจากต่างประเทศยังคงหาได้ยาก แม้จะมีการทาบทามประเทศพันธมิตรในตะวันออกกลางและเอเชียก็ตาม


ด้านเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างกรุงนูซันตารา กล่าวว่า พล.ท.ปราโบโวรู้สึกว่า โครงการนี้ไม่ใช่มรดกของเขา มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และเขายังมีโครงการอีกมากมายที่ต้องการผลักดัน


“ผมยังเชื่อว่ามีโอกาส 50% ที่เมืองจะสร้างแล้วเสร็จ แต่การตัดงบประมาณหมายความว่า หลายสิ่งหลายอย่างจะไม่เสร็จสมบูรณ์” เจ้าหน้าที่กล่าวเพิ่มเติม


ทั้งนี้ วิโดโดรื้อฟื้นแผนการย้ายเมืองหลวงที่เสนอมาเป็นเวลานาน เมื่อเขาชนะการเลือกตั้ง และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียสมัยที่สอง เมื่อปี 2562 แต่ถึงแม้จะมีการเร่งการก่อสร้าง กรุงนูซันตาราก็ไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะเมืองหลวงแห่งใหม่ของประเทศ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2567 ตามที่คาดการณ์ไว้


ปัจจุบัน กรุงนูซันตารามีโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการ 3 แห่ง ร้านกาแฟ ถนนเก็บค่าผ่านทางไปยังเมืองบาลิกปาปันที่อยู่ใกล้เคียง และสนามบินที่รอการอนุมัติเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ รวมถึงห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างตามที่วางแผนไว้


แต่ถึงอย่างนั้น ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซียที่โดดเด่น เป็นสถานที่ไม่กี่แห่งที่ดึงดูดให้ผู้คนมาถ่ายรูป ซึ่งธุรกิจต่าง ๆ ที่คาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก ระบุว่าพวกเขากำลังประสบปัญหา ขณะที่บางคนมองว่า หากไม่มีแรงผลักดันที่แข็งแกร่ง กรุงนูซันตาราก็มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น “โครงการใช้งบประมาณมหาศาล แต่ไม่มีประโยชน์”.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP