กำแพงกั้นน้ำที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเมืองแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ มีค่าใช้จ่ายเกือบ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 63 ล้านบาท) แต่เมื่อรัฐมนตรีคนหนึ่งเดินทางเยือนในเดือนนี้ เขากลับพบเพียงดินที่กองไว้ตามริมฝั่งแม่น้ำอย่างเร่งรีบ


ชาวฟิลิปปินส์ในเทศบาลพลาริเดล ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา สามารถเล่าให้รัฐมนตรีฟังว่าเกิดขึ้นอะไรขึ้น เพราะผู้รับเหมาก่อสร้างเพิ่งเริ่มดำเนินโครงการที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่า “เสร็จสมบูรณ์” ไปแล้วกว่าหนึ่งปี


กำแพงกั้นน้ำแห่งนี้ เป็นหนึ่งในโครงการควบคุมน้ำท่วมมากกว่า 100 โครงการ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเรื่องอื้อฉาวการทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ในรอบหลายสิบปี


แม้ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำในสภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ และวุฒิสภาฟิลิปปินส์ แต่ผลกระทบที่แท้จริงเกิดขึ้นในชุมชนที่ไม่มีการป้องกัน ซึ่งหลายแห่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำในจังหวัดบูลากัน


“เราต้องอุ้มลูกไปโรงเรียน เมื่อตอนที่น้ำขึ้นสูง ซึ่งภายในบ้านของเรา ระดับน้ำสูงถึงต้นขา ส่วนบนท้องถนน บางครั้งน้ำสูงถึงเข่า บางครั้งอยู่ที่ระดับข้อเท้า ทั้งที่เป็นวันธรรมดา ไม่ใช่วันที่มีไต้ฝุ่น” นายลีโอ ฟรานซิสโก คนงานก่อสร้าง และคุณพ่อลูกสอง กล่าว


ด้านนายวินซ์ ดิซอน รมว.โยธาธิการฟิลิปปินส์ กล่าวหลังการลงพื้นที่ว่า เงินภาษีที่ประชาชนจ่ายเพื่อสร้างกำแพงกั้นน้ำ “ถูกขโมยไปอย่างชัดเจน” โดยเขาเรียกโครงการเหล่านี้ว่าเป็น “โครงการผี” และเสริมว่า เขาไล่หัวหน้าวิศวกร และเจ้าหน้าที่อีก 2 คนของเทศบาลออกแล้ว


อนึ่ง ความโกรธเคืองต่อสิ่งที่เรียกว่า “โครงสร้างพื้นฐานผี” เพิ่มขึ้นตั้งแต่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ นำโครงการเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญในสุนทรพจน์ประจำปี เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา หลายสัปดาห์หลังเกิดน้ำท่วมรุนแรง


ขณะที่องค์กรสิ่งแวดล้อม “กรีนพีซ” ประเมินว่า เงินทุนประมาณ 17,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 561,000 ล้านบาท) อาจถูกฉ้อโกงจากโครงการที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ นับตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งโครงการส่วนใหญ่มีไว้สำหรับชุมชนที่ทรุดตัวอย่างช้า ๆ เนื่องจากการสูบน้ำบาดาลมากเกินไป และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น


มาร์กอสก็เดินทางเยือนพื้นที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวเช่นกัน และวิพากษ์วิจารณ์คุณภาพกำแพงกั้นน้ำที่ย่ำแย่ พร้อมกับให้คำมั่นว่า ทางการฟิลิปปินส์จะดำเนินการกับผู้ทีมีส่วนรับผิดชอบ


ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์มีประวัติอันยาวนานสำหรับเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนสาธารณะ และนักการเมืองระดับสูงหลายคน มักรอดพ้นจากโทษจำคุกสถานหนัก แม้พวกเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานทุจริตก็ตาม


อีกด้านหนึ่ง ชาวฟิลิปปินส์จำนวนมาก ออกมารวมตัวประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงมะนิลา เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม รวมถึงการจำคุกผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับ “โครงการโครงสร้างพื้นฐานปลอม”.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP