ในสนามฟุตบอลที่แน่นขนัดทั่วเม็กซิโก ผู้คนต่างตะโกนเสียงดังกึกก้องว่า “ประธานาธิบดีหญิง” ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีคลอเดีย ไชน์บาว์ม ผู้นำเม็กซิโก เดินทางทั่วประเทศเพื่อรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ 12 เดือนแรกของเธอ นับตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2567


แต่ละจุดที่ไชน์บาว์มแวะเยือนในการเดินสายทั่วประเทศ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโก ได้รับการต้อนรับจากกลุ่มผู้สนับสนุนที่เบียดเสียดกันเพื่อกอดเธอ และขอถ่ายรูปเซลฟี่


คะแนนความนิยมของไชน์บาว์ม เพิ่มขึ้นจากประมาณ 70% หลังเธอเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเม็กซิโกเมื่อปีที่แล้ว เป็น 79% ในช่วงปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนอกเหนือการรอดพ้นจากความขัดแย้งทางการทูตกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และการต่อสู้กับความรุนแรงจากแก๊งค้ายาเสพติด เธอยังประสบความสำเร็จด้วย


ไชน์บาว์ม ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยมีบิดาเป็นนักเคมีชื่อดัง และมารดาเป็นนักชีววิทยา เป็นที่รู้จักจากความขยันหมั่นเพียร และการสงบสติอารมณ์ในยามวิกฤติ


“เธอมีแนวทางตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยอ้างอิงจากข้อมูลและข้อเท็จจริง และเธอเป็นคนขอให้ทีมงานนำเสนอผลลัพธ์ภายในกรอบเวลาที่กำหนด” นักการทูตยุโรปคนหนึ่ง กล่าว


แม้ไชน์บาว์มอ้างว่า เธอเรียนรู้วินัยตั้งแต่ยังเด็ก ในตอนที่เป็นนักบัลเล่ต์ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีช่วงปีแรกของเธอ แสดงให้เห็นถึง “ความระมัดระวัง” เมื่อเผชิญหน้ากับทรัมป์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้


ทักษะของเธอในการหลบเลี่ยงอารมณ์ร้อนของทรัมป์ และการโน้มน้าวให้เขาเลื่อนการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก ในอัตราสูงถึง 30% ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ความยับยั้งชั่งใจของไชน์บาว์ม กลับเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเม็กซิโก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเกี่ยวกับฉนวนกาซา ซึ่งผู้สนับสนุนพรรคโมเรนาฝ่ายซ้ายของเธอให้ความสำคัญ

อนึ่ง ไชน์บาว์มออกจากการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อปลายเดือนก.ย. “อย่างเงียบ ๆ” ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความรอบคอบของเธอบนเวทีโลก และเธอก็ไม่มีแผนที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่แอฟริกาใต้ ในเดือน พ.ย. นี้เช่นกัน


ขณะที่ในเม็กซิโก ไชน์บาว์มต้องทำงานหนักในการพยายามดึงประเทศออกจากวัฏจักรความรุนแรงจากยาเสพติด “ที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด” เพราะถึงแม้จำนวนผู้เสียชีวิตจะลดลงในช่วงปีที่ผ่านมา แต่จำนวนผู้สูญหายในเม็กซิโกกลับเพิ่มขึ้นภายใต้การบริหารของเธอ


นับตั้งแต่ไชน์บาว์มเข้ารับตำแหน่ง เม็กซิโกส่งตัวหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดระดับสูง 55 คน และผู้ต้องหาหลบหนีคนอื่น ๆ ไปยังสหรัฐ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถยึดเฟนทานิลปริมาณมากสุดเป็นประวัติการณ์


ทั้งนี้ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ แสดงความพึงพอใจกับความพยายามของเม็กซิโก ระหว่างการเดินทางเยือนเม็กซิโก เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเขากล่าวชื่นชมว่า ไม่มีรัฐบาลใดที่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐ ในการต่อสู้กับอาชญากรรม มากเท่ากับรัฐบาลเม็กซิโก และฝ่ายบริหารของไชน์บาว์ม


กระนั้น เม็กซิโกยังไม่หลุดพ้นจากสายตาของทรัมป์ โดยทั้งเม็กซิโกและแคนาดา กำลังเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับรัฐบาลวอชิงตัน ในการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีสามฝ่ายในปีหน้า ซึ่งทรัมป์อ้างว่า ข้อตกลงฉบับนี้ทำให้อุตสาหกรรมของสหรัฐเสียเปรียบ.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP