บริษัทข้ามชาติของฝรั่งเศสแห่งนี้ ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์มาอย่างยาวนาน ซึ่งพวกเขากล่าวหาว่า คาร์ฟูร์จำหน่ายสินค้าจากนิคมของอิสราเอล และเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทอิสราเอลที่ดำเนินธุรกิจอยู่ที่นั่น
อนึ่ง คาร์ฟูร์ปฏิเสธการดำเนินธุรกิจที่นิคมในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งถูกอิสราเอลยึดครอง แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา “มาจิด อัล ฟุตตาอิม” กลุ่มบริษัทที่บริหารแฟรนไชส์คาร์ฟูร์ในตะวันออกกลาง ปิดซูเปอร์มาร์เก็ตของคาร์ฟูร์ในจอร์แดน โอมาน คูเวต และบาห์เรน
หลังจากนั้น ซูเปอร์มาร์เก็ตก็เปิดให้บริการอีกครั้ง ภายใต้ชื่อใหม่ว่า “ไฮเปอร์แม็กซ์” (HyperMax) โดยมาจิด อัล ฟุตตาอิม อ้างถึงความต้องการสินค้าและบริการจากแหล่งผลิตในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในตลาดหลายแห่งของบริษัท
แม้ไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า การรีแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต เชื่อมโยงกับการบอยคอตหรือไม่ และบรรดาผู้สันทัดกรณีก็มีความเห็นแตกต่างกัน เกี่ยวกับบทบาทของมาจิด อัล ฟุตตาอิม ในการปิดแฟรนไชส์คาร์ฟูร์ แต่ถึงอย่างนั้น เหล่านักชอปปิงที่สนับสนุนปาเลสไตน์ อ้างว่าพวกเขาได้รับชัยชนะ
แคมเปญบอยคอต ถอนการลงทุน และคว่ำบาตร (บีดีเอส) ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 20 ปีก่อน กล่าวหาว่า คาร์ฟูร์แสวงหากำไรจากการตั้งถิ่นฐานที่ผิดกฎหมายของอิสราเอล ผ่านการเป็นหุ้นส่วนแฟรนไชส์กับ “บริษัท อิเล็กตรา คอนซูเมอร์ โปรดักส์” ผู้ค้าปลีกสัญชาติอิสราเอล และเครือซูเปอร์มาร์เก็ต “เยนอต บิตาน” ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
รายงานของแคมเปญบีดีเอส ระบุว่า เยนอต บิตาน มีร้านค้าหลายแห่งในนิคมอิสราเอล และทั้งสองบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในโครงการต่าง ๆ ที่ส่งเสริมธุรกิจในนิคมผิดกฎหมายของอิสราเอล
นอกจากนี้ รายงานยังกล่าวหาว่า คาร์ฟูร์-อิสราเอล สนับสนุนทหารอิสราเอลที่มีส่วนร่วมในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ด้วยการมอบของขวัญเป็นแพ็กเกจส่วนตัว รวมถึงเรียกร้องให้คาร์ฟูร์ ยุติการจำหน่ายสินค้าจากนิคมเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม นายอเล็กซองดร์ บอมปาร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของคาร์ฟูร์ เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีร้านค้าคาร์ฟูร์ใดเปิดให้บริการในนิคมเขตเวสต์แบงก์ และปฏิเสธว่า บริษัทไม่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองหรือพรรคพวกใด ๆ ทั้งสิ้น
ด้านนายกัสซัน นาซาอิฟ นักเคลื่อนไหวสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในบาห์เรน กล่าวว่า การตัดสินใจของมาจิด อัล ฟุตตาอิม ถือเป็น “ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่” ของขบวนการบีดีเอส พร้อมกับเสริมว่า นี่คือสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องจากกลุ่มบริษัท
ทั้งนี้ มาจิด อัล ฟุตตาอิม ปิดแฟรนไชส์ของคาร์ฟูร์ในหลายประเทศ แต่กลุ่มบริษัทยังคงรักษาแฟรนไชส์ที่อื่น ๆ ในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงในสองประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของอ่าวอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี).
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



