ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของเยอรมนี ประกาศจัดตั้งหน่วยสืบสวนเฉพาะกิจ เพื่อสอบสวนการหลบเลี่ยงภาษีของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในวงกว้าง


ขณะนี้ หน่วยสืบสวนกำลังประเมินบันทึกข้อมูลประมาณ 6,000 รายการ จากแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงภาษีค้างชำระจากทุกช่องทาง ตั้งแต่รายได้จากการรับชม หรือยอดวิว ไปจนถึงการโฆษณาสินค้า


“เรารู้ว่ามีเงินจำนวนมากหมุนเวียนอยู่ในตอนนี้ และเรายังรู้ด้วยว่า เงินเหล่านี้ไม่ถูกจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้องทั้งหมด” นางสเตฟานี ทีน หัวหน้าสำนักงานปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน ประจำรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย กล่าว


อนึ่ง จำนวนอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น ติ๊กต็อก และอินสตาแกรม พุ่งสูงอย่างก้าวกระโดดในเยอรมนี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากสมาคมเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งเยอรมนี (บีวีดีดับเบิลยู) เผยให้เห็นว่า จำนวนเงินที่บริษัทหลายแห่ง จ่ายให้กับการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ เพิ่มขึ้นจาก 223 ล้านยูโร (ราว 8,440 ล้านบาท) ในปี 2562 เป็น 477 ล้านยูโร (ราว 18,000 ล้านบาท) ในปี 2565


สำหรับวัยรุ่นบางคนที่โด่งดังชั่วข้ามคืน จากการเล่าเรื่องตลกหรือการหยอกล้อทางออนไลน์นั้น การไม่จ่ายภาษีถือเป็น “ความผิดพลาดเล็กน้อย” ซึ่งนายคริสเตียน เกแบร์ต หัวหน้าบริษัทที่ปรึกษาด้านภาษีแห่งหนึ่ง กล่าวว่า อินฟลูเอนเซอร์หลายคนประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และในช่วงแรก พวกเขามักจะขาดการจัดการด้านภาษีที่เหมาะสม


อย่างไรก็ตาม อินฟลูเอนเซอร์บางคนพยายามหลบเลี่ยงภาษีด้วยการแจ้งรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง หรือไม่แจ้งรายได้เลย อีกทั้งกลอุบายที่พบบ่อยคือ การแสร้งทำเป็นย้ายไปอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะเมืองดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพื่อหลบเลี่ยงอัตราภาษีสูงในประเทศ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในเยอรมนี


กรณีการหลบเลี่ยงภาษีโดยเจตนาเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทางการรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย “กำลังจับตามอง” โดยทีนกล่าวว่า สำนักงานของเธอพุ่งเป้าไปยังอาชญากรรมการเงินที่ร้ายแรง ซึ่งเป็นคดีใหญ่


แม้แต่ก่อนการเปิดตัวแคมเปญล่าสุด รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ก็ดำเนินคดีอาญากับอินฟลูเอนเซอร์ประมาณ 200 คนแล้ว โดยบางคนถูกกล่าวหาว่าจ่ายภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง “หลายล้านยูโร”


กระนั้น การสอบสวนเช่นนี้มีความซับซ้อน เนื่องจากการหาเงินทางออนไลน์มีหลายช่องทาง ตั้งแต่รายได้จากยอดคลิกและยอดวิว ไปจนถึงการจ่ายเงินจากแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อลงโฆษณาสินค้า และการรับค่าคอมมิชชันเมื่อผู้ติดตามซื้อสินค้าที่โปรโมต


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเยอรมนีกล่าวว่า เป้าหมายของพวกเขาคือ การทำให้ประชาชนจ่ายภาษีอย่างเป็นธรรม และอินฟลูเอนเซอร์เป็นเป้าหมายสูงสุดใหม่ของกรมสรรพากร เพราะอีกฝ่าย “ถูกจัดการได้ง่ายที่สุด”


“สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือ ระบบภาษีของเราจะต้องมีไว้เพื่อให้รัฐสามารถปฏิบัติตามพันธกรณี เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเราสนใจในความยุติธรรมทางภาษี” ทีน กล่าวทิ้งท้าย.

เลนซ์ซุม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES