นับตั้งแต่นายเดลฟาร์ด เทย์ สูญเสียบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา ซึ่งพลัดตกจากแฟลตสูงแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ เขาก็เปลี่ยนความเศร้าโศกให้เป็นเป้าหมาย ด้วยการเตือนภัยเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมยาเสพติด ซึ่งทำให้ชีวิตของวัยรุ่นตกอยู่ในความเสี่ยง
รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยออกมาตรการที่เข้มงวดเมื่อเดือนก.ย. ที่ผานมา เพื่อต่อสู้กับแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการใช้สิ่งที่เรียกว่า “เคพอดส์” (KPods) หรือที่ประเทศไทยเรียกว่า “พอตเค” ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมยาเสพติดสังเคราะห์ต่าง ๆ เช่น เคตามีน
เทย์กล่าวว่า น.ส.เชอร์เมน บุตรสาวของเขา วัย 19 ปี ติดยาเสพติด ก่อนเสียชีวิตในปีที่แล้ว โดยในตอนแรก เชอร์เมนสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคติน แต่อยู่มาวันหนึ่ง เธอแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เทย์ดู ซึ่งมันทำให้ผู้สูบมีอาการเมายา เนื่องจากมันมี “เอโทมิเดต” (etomidate) ยาชาออกฤทธิ์สั้นที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการประสาทหลอน อาการชัก และพฤติกรรมแปรปรวน
เคพอดส์มักดึงดูดคนหนุ่มสาว เช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ และถึงแม้จะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่มันก็หาซื้อได้ง่ายบนแพลฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เช่น เทเลแกรม
“บุหรี่ไฟฟ้าเปลี่ยนโฉมหน้าของการใช้สารเสพติด เนื่องจากคนหนุ่มสาวจำนวนมากมีส่วนเกี่ยวข้องเพราะความอยากรู้อยากเห็น หรือถูกกดดันจากเพื่อนฝูง” นายออง เยอ คัง รมว.สาธารณสุขสิงคโปร์ กล่าวกับสมาชิกรัฐสภาสิงคโปร์ เมื่อไม่นานมานี้
บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งดูเหมือนจะเป็นทางเลือกแทนการสูบบุหรี่ทั่วไป ถูกแบนในสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2561 อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา จัดประเภทใหม่ให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น “ความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด” และมีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น
ปัจจุบัน ผู้ใดก็ตามที่ถูกจับได้ว่ามีบุหรี่ไฟฟ้า มีความเสี่ยงที่จะโดนปรับเงินสูงสุด 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 50,264 บาท) และชาวสิงคโปร์ที่กระทำผิดซ้ำ จะถูกบังคับเข้าโครงการฟื้นฟู หรือถูกเฆี่ยนตี ส่วนกรณีของชาวต่างชาติ พวกเขาอาจถูกเนรเทศ และห้ามเดินทางกลับเข้ามาในสิงคโปร์อีก

ยิ่งไปกว่านั้น การขายหรือการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมยาเสพติด ก็มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และ 20 ปี ตามลำดับ
แม้ไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า แต่เทย์กล่าวว่า การเสียชีวิตของบุตรสาวของเขา เป็นแรงผลักดันให้เขากล้าออกมาพูดถึงอันตรายของเคพอดส์
ทั้งนี้ สิงคโปร์ระดมเจ้าหน้าที่ 10,000 นาย เพื่อบังคับใช้มาตรการปราบปรามการสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยดำเนินการบุกค้นสถานบันเทิงยามค่ำคืน และลาดตระเวนตามสถานที่สาธารณะหลายแห่ง เช่น สวนสาธารณะ สถานีรถไฟใต้ดิน และโรงเรียน
ขณะที่ข้อมูลอย่างเป็นทางการเผยให้เห็นว่า ภายในสามสัปดาห์แรก นับตั้งแต่ทางการสิงคโปร์บังคับใช้กฎหมายใหม่ มีผู้ถูกจับกุมในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า 656 คน ซึ่งรวมถึงผู้กระทำผิด 44 คน ที่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเอโทมิเดต
อนึ่ง เคพอดส์มักถูกลักลอบนำเข้าสู่สิงคโปร์ทางบก จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ซึ่งกำหนดให้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และมักถูกวางตลาดภายใต้ชื่อที่โดดเด่น และปิดบังด้วยกลิ่นผลไม้ต่าง ๆ เช่น มะม่วง หรือบลูเบอร์รี เพื่อเพิ่มความดึงดูดใจ
ด้านเทย์ ซึ่งสนับสนุนการแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด มองเห็นความเร่งด่วนในการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเขาฝากข้อความถึงคนรุ่นใหม่ว่า “เคพอดส์จะทำลายความฝันของคุณ และขโมยอนาคตของคุณ”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



