ใกล้มาถึงสำหรับ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (Bangkok Design Week 2026 (BKKDW2026) โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “DESIGN S/O/S” ที่ก้าวข้ามการตั้งคำถาม “การออกแบบทำอะไรได้บ้าง” สู่การประกาศจุดยืนชัดเจนว่า การออกแบบคือเครื่องมือที่ต้องถูกนำมาใช้จริง สร้างโอกาสและค้นหาทางรอดใหม่ให้กับเมือง เศรษฐกิจ และธุรกิจไทย โดยบอกเล่าผ่านโปรแกรมต่าง ๆ ในระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ ณ ย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย, ย่านพระนคร, ย่านปากคลองตลาด,ย่านบางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ  

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือCEA โดยในปีนี้มาพร้อมโจทย์ภายใต้ธีม “DESIGN S/O/S”  และในปีนี้เทศกาลฯ ไม่จำกัดอยู่เพียงการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์หรือสร้างประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม แต่ปลุกกรุงเทพฯ ให้กลายเป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” รวมพลังนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ เครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคการศึกษา ผ่านการทำงานร่วมกันในโปรแกรมต่าง ๆ บนพื้นที่ของกรุงเทพฯหลายสถานที่

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯสร้างประสบการณ์ใน 3 มิติหลัก สะท้อนบทบาทการเป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจระดับเมือง ครอบคลุมตั้งแต่ Creative Talent  พื้นที่แสดงศักยภาพและต่อยอดไอเดียของนักสร้างสรรค์ Design Business เปิดโอกาสการเชื่อมต่อกับธุรกิจและความร่วมมือจากนานาชาติ ไปจนถึง The District การดึงจุดเด่นของเมืองให้กลับมามีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจ เทศกาลฯ จึงไม่เพียงนำเสนอการออกแบบในมิติความสวยงาม แต่ยังทำงานในฐานะกลไกที่เชื่อม“คน – ธุรกิจ – เมือง” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

ส่วนหนึ่งจากโปรแกรมฯ อาทิ Creative Talent เวทีของนักสร้างสรรค์ ในปีนี้ออกแบบให้เป็น“สนามประลองไอเดีย” ที่จริงจังกับอนาคตของเมืองและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตั้งแต่งานคราฟต์ที่ผสานเทคโนโลยี ไปจนถึงนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิต อย่างเช่น “Something to Stay_On.”เปิดพื้นที่ให้ นิสิตนักศึกษา จาก 10 สถาบัน แสดงพลังความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลงานด้านศิลปะและการออกแบบ ที่สื่อถึงแนวคิดความยั่งยืน และ ความแข็งแกร่งของเมือง ด้วยการใช้วัสดุจากท้องถิ่นและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดแสดงที่ Emsphere “เจริญเมืองคราฟต์” สะพานเชื่อมต่อระหว่างนักออกแบบ ร้านค้า และช่างฝีมือในพื้นที่ เปิดพื้นที่ให้กิจการดั้งเดิมได้ไปต่อ ทั้งวัสดุงานเหล็กและร่มแม่ค้า ที่ไม่ได้ขายแค่ “ของ” แต่ยัง “มีของ” ไม่แพ้ย่านงานคราฟต์อื่น ๆ จัดแสดงที่ เพลย์สเปซ  เป็นต้น

ขณะที่ Design Business การเปิดพื้นที่ให้ “ธุรกิจ” จับคู่กับ “งานออกแบบ” ท่ามกลางบรรยากาศการจัดงานที่เอื้อต่อการเชื่อมต่อเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ Fascinating Bangkok เปิดพื้นที่ต้อนรับเมืองหนานไห่ เมืองอุตสาหกรรมสำคัญทางตอนใต้ของจีนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและนวัตกรรมกับนักออกแบบไทย เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย นักลงทุน และนักออกแบบได้พบปะและต่อยอดไอเดียสู่ความร่วมมือทางธุรกิจข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม จัดแสดงที่ อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง หรือ Design PLANT – Distill เมื่อ “วัตถุดิบทางวัฒนธรรม” ถูกกลั่นเป็น “งานดีไซน์ที่ขายได้จริง” นิทรรศการชวนนักออกแบบกว่า 30 ราย มาหยิบจับเทรนด์โลกและต้นทุนทางวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่ความเชื่อ งานฝีมือ วิถีชีวิต และนำมาผ่านกระบวนการ “กลั่น (Distill)” จนสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์และของใช้ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ฯลฯ  จัดแสดงที่อาคาร 1096 เจริญกรุง30 เป็นต้น

ส่วน The District ปลุกพื้นที่เศรษฐกิจระดับ ย่าน สู่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ อาทิ “Bloom Connect” หนึ่งในโปรเจ็กต์ที่สะท้อนพลังการออกแบบการฟื้นฟูพื้นที่เมือง ผ่านงาน Projection Mapping  ฝีมือดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เชื่อมความคึกคักของย่านในช่วงค่ำคืน และไม่เพียงสร้างประสบการณ์การเดินเมืองที่ปลอดภัยและน่าใช้เวลา แต่ยังเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของย่าน ณ พื้นที่ริมน้ำ บริเวณสะพานพุทธ

YOU ARE THE FLOWER (MARKET)พาย้อนรอยประวัติศาสตร์และเครื่องมือทำกินของชาวปากคลองตลาดผ่าน ดอกไม้ เปิดรับประสบการณ์ผ่านผัสสะทั้ง 5 (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส)ที่จะทำให้ไม่เพียงรู้จักย่านนี้ดีขึ้น แต่ยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตและค้นหาอัตลักษณ์ของตนเองผ่านดอกไม้แต่ละชนิด จัดแสดงที่ ตลาดองค์การตลาด – ตลาดยอดพิมาน เป็นต้น