ทั้ง Quiet Quitting และ Quiet Constraint ที่สังคมพูดถึงมากขึ้นในระยะหลังนี้ ไม่ถึงกับเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่ เพียงแต่ผู้คนอาจเพิ่งหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น จนมีการตั้งชื่อเรียกเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
Quiet Quitting คือ การที่คนทำงานปฏิบัติงานเพียงตามหน้าที่ ให้งานผ่านไปเป็นวัน ๆ เพื่อคงสถานะการทำงานของตัวเองไว้ ไม่ให้มีผลต่อการถูกประเมินให้ออกจากงานได้ อาจเกิดจากสถานที่ทำงานไม่ได้ใจของคนทำงานไป
Quiet Constraint คือ การทำงานไม่เต็มความสามารถคล้ายกันกับ Quiet Quitting แต่เน้นไปที่ การที่คนทำงานยับยั้งหรือหลีกเลี่ยงที่จะแสดงความคิดเห็นรวมถึงความรู้ที่ตนเองมี แม้มันจะเป็นประโยชน์ต่อทีมหรือองค์กรก็ตาม ซึ่งสถานการณ์นี้ไม่ได้เป็นผลดีต่อฝ่ายใดเลยทั้งคนทำงานและทีมทั้งหมด

ปัจจัยสนับสนุนให้เกิด Quiet Constraint มักเกี่ยวข้องกับปัญหาความผูกพันกับองค์กรน้อย ปัญหาการสื่อสารของผู้คนในทีม ซึ่งอาจเนื่องมาจากประสบการณ์ที่คนทำงานคนนั้นเคยออกไอเดียหรือทำชิ้นงานออกไป แล้วถูกเพิกเฉย ไม่ได้รับการยอมรับหรือกระทั่งฟีดแบ็กที่เป็นมิตรกลับมาจากหัวหน้างานและ/หรือเพื่อนร่วมงาน
สำหรับคนทำงานที่พบว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสภาพที่กล่าวมา สิ่งที่คุณทำได้ในเบื้องต้น คงเป็นการทบทวนถึงคุณค่าในบทบาทการทำงานของตนเองด้วยความคิดเห็นที่เป็นกลางจริง ๆ กับตัวเอง ว่าเรายังมีความรู้ความสามารถพอที่จะให้อะไรกับงานตรงนี้ได้ หวั่นไหวให้น้อยลงต่อฟีดแบ็กต่าง ๆ ที่อาจสั่นคลอนความมั่นคงทางใจ รวมถึงกรอบความคิดให้ชัดเจนว่าสิ่งใดในงานยังใช้ได้ ทำได้ดีแล้ว และสิ่งใดในงานที่ตนเองอยากปรับ จะช่วยให้เรากลับมารู้สึกมั่นคงทางใจได้มากขึ้น

สำหรับหัวหน้างานหรือคนในทีม สิ่งที่ควรทำ คือ การใส่ใจสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรน่าพูดคุยกัน มีท่าทีเปิดกว้างและคำพูดเชิงบวกเพื่อส่งเสริมการแสดงไอเดียของทุกคน ไม่ว่าไอเดียที่ได้ยินนั้นจะคุ้นเคยหรือจะต่างออกไปจากแบบเดิม สนับสนุนให้คนทำงานเข้าถึงช่องทางการสื่อสารต่อกันได้ง่ายขึ้น รวมถึงการให้เครดิตกับคนทำงานและคนเสนอไอเดียที่ทีมเรานำมาใช้ เมื่อเกิดความผิดพลาด ควรพูดถึงการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาความสามารถโดยไม่เน้นต่อว่าที่ตัวบุคคล
สิ่งต่าง ๆ ที่ยกมาข้างต้น น่าจะพอทำให้ผู้ที่กำลังเผชิญกับ Quiet Quitting และ Quiet Constraint ทั้งในมุมของคนทำงานและทีมที่ทำงานร่วมด้วยผ่อนเบาลงได้บ้าง
แต่หากความเครียดที่เกิดขึ้นสะสมอยู่นานและไม่แน่ใจว่าจะสามารถรับมือได้ด้วยตนเองเพียงลำพัง เราสามารถปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญในการดูแลความเครียดอย่างจิตแพทย์และนักจิตวิทยาในสถานบริการทางสุขภาพจิตที่เราเลือกได้.
เขียนโดย : ฐิติมา พัฒนโพธิกุล นักจิตวิทยาคลินิก
เรียบเรียงโดย : ฐิติ ฐิติพันธุ์สรศักดิ์
โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital
โทร. 0-2589-1889 เว็บไซต์ bangkokmentalhealthhospital.com/



