เจอกันเช่นเคยกับคอลัมน์ “คุยกับหมอ” ที่เราจะนำเทคนิควิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้องจากทีมแพทย์โรงพยาบาลรามคำแหง พันธมิตรที่น่ารัก มาฝากกันทุกสัปดาห์

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา สัปดาห์นี้ เป็นเรื่องอะไร ไปดูกันเลยครับ

+++++++++++++++++++

ทุกวันนี้ เราเห็นเด็กไทยเล่นบาสเกตบอลเก่งขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งทักษะ ความเร็ว และความมั่นใจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง “อาการบาดเจ็บในนักกีฬาเยาวชน” ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน คำถามสำคัญคือ เรากำลังพัฒนา “นักกีฬา” หรือกำลังเร่งให้ร่างกายเขา “พังเร็วขึ้น” โดยไม่รู้ตัว?

= ทำไมเด็กยุคนี้ “เจ็บเร็วกว่าเดิม” =
ปัญหาที่พบมากในนักบาสเยาวชน ไม่ได้มาจากอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “รูปแบบการฝึก” ที่เปลี่ยนไป ได้แก่ ซ้อมถี่ขึ้น แข่งมากขึ้น, ฝึกทักษะหนัก แต่ละเลยพื้นฐานร่างกาย หรือ ร่างกายยังโตไม่เต็มที่ แต่รับโหลดแบบผู้ใหญ่ ส่งผลให้เกิดอาการ เช่น ปวดเข่าเรื้อรัง, ข้อเท้าพลิกซ้ำ, กล้ามเนื้ออักเสบ, ปวดหลังในวัยที่ไม่ควรปวด

= สัญญาณเตือนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม =
เด็กจำนวนมาก “ไม่บอกว่าเจ็บ” เพราะกลัวไม่ได้ลงแข่ง ดังนั้น ผู้ปกครองควรสังเกต เช่น เดินกะเผลกหลังซ้อม, บ่นปวดซ้ำจุดเดิม, ฟอร์มการเล่นเปลี่ยนไป หรืองอเข่าหรือกระโดดได้ไม่เต็มที่ หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

= มุมมองแพทย์: การป้องกันสำคัญกว่าการรักษา =
นพ. สิริศักดิ์ บูรณวัฒนาโชค แพทย์ออร์โธปิดิกส์, ส่องกล้องข้อไหล่ ข้อเข่า ให้ข้อมูลว่า “นักกีฬาเยาวชนควรได้รับการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและฝึกการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บในระยะยาว”

ว. 35577 นพ. สิริศักดิ์ บูรณวัฒนาโชค แพทย์ออร์โธปิดิกส์, ส่องกล้องข้อไหล่ ข้อเข่า

ขณะที่ นพ. นิติ ประสาทอาภรณ์ แพทย์ออร์โธปิดิกส์, ส่องกล้องข้อไหล่ ข้อเข่า และการบาดเจ็บทางกีฬา เสริมว่า “การบาดเจ็บหลายอย่างสามารถป้องกันได้ หากมีการเตรียมร่างกายและวางแผนการฝึกที่เหมาะสม”

ว. 31086นพ. นพ. นิติ ประสาทอาภรณ์ แพทย์ออร์โธปิดิกส์, ส่องกล้องข้อไหล่ ข้อเข่า และการบาดเจ็บทางกีฬา

นพ. อัครวิทย์ อัศวศักดิ์สกุล แพทย์ออร์โธปิดิกส์ด้านกระดูกสันหลัง ให้คำแนะนำว่า “อาการปวดหลังจากการเล่นกีฬาไม่ควรฝืนทน เพราะอาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรง เช่นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือกระดูกสันหลังเคลื่อน หากปวดรุนแรงเฉียบพลัน ปวดร้าวลงขา ชา หรือปวดเรื้อรังเกิน 3 วัน-1 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษาก่อนจะเรื้อรัง”

ว. 33519 นพ. อัครวิทย์ อัศวศักดิ์สกุล

ผศ.ดร. สิทธา พงษ์พิบูลย์ ผู้ชำนาญการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และการออกกำลังกาย ให้ความเห็นว่า “ในนักกีฬาเยาวชนที่ร่างกายแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้อย่างเหมาะสม จะมีโอกาสพัฒนาทักษะกีฬาได้ต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บที่อาจกระทบในระยะยาว”

CEP. 17320 ผศ.ดร.สิทธา พงษ์พิบูลย์

= 3 หลักสำคัญ ปั้นเด็กให้ “เก่งและไม่เจ็บ” =

  1. สร้าง “กล้ามเนื้อแกนกลาง” (Core Stability) ช่วยพยุงกระดูกสันหลัง ลดแรงกระแทกจากการกระโดด
  2. ฝึก “การเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง” (Movement Pattern) เช่น การลงพื้น การเปลี่ยนทิศทาง เพื่อลดโอกาสเข่าพัง ข้อเท้าพลิก
  3. ไม่ข้าม “Warm-up & Cool-down” สิ่งที่เด็กมักมองข้าม แต่เป็นตัวลดการบาดเจ็บได้อย่างมีนัยสำคัญ

= เมื่อการฝึก + การแพทย์ ทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น =

ที่โรงพยาบาลรามคำแหงเชื่อว่าการรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกัน จึงได้ออกแบบโปรแกรม Safe & Strong Basketball Youth Program เพื่อพัฒนานักบาสเกตบอลเยาวชนสู่ระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง

โดย ผศ.ดร.สิทธา พงษ์พิบูลย์ ผู้ชำนาญการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และการออกกำลังกาย ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินสมรรถภาพ การวางแผนการฝึก ไปจนถึงการฟื้นฟูร่างกายอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล ตั้งแต่

  • วิเคราะห์สมรรถภาพร่างกาย
  • ออกแบบโปรแกรมฝึกเฉพาะบุคคล
  • เพิ่มความฟิต (Performance)
  • ลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บ

ด้วยความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลรามคำแหงพร้อมเป็น แรงขับเคลื่อนสำคัญ ในการสนับสนุนกิจกรรมกีฬา เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพของเด็กไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากลได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย

= Insight สำคัญสำหรับพ่อแม่ =

  • เด็กที่เก่งเร็ว ไม่ได้แปลว่าจะไปได้ไกล
  • เด็กที่ “ร่างกายพร้อม” ต่างหาก ที่ไปได้ยาว
  • การลงทุนกับพื้นฐานร่างกาย = การลงทุนอนาคต
  • เป้าหมายไม่ใช่แค่ “ชนะวันนี้” แต่คือ “เล่นได้ไปอีกนาน”

การเป็นนักกีฬาที่ดี ไม่ใช่แค่ฝึกหนัก แต่คือ การฝึกอย่างถูกต้อง, พักอย่างเหมาะสม และมีคนดูแลร่างกายอย่างเข้าใจ เราจะเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การรักษา แต่คือ “การไม่ต้องเจ็บตั้งแต่แรก”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์กระดูกและข้อ หรือ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด โรงพยาบาลรามคำแหง โทร 1512 หรือ LINE: @ramhospital