โปแลนด์กำลังพิจารณาว่าจะเรียกคืนเครื่องอิสริยาภรณ์จากประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน หรือไม่ เนื่องจากเซเลนสกีเปลี่ยนชื่อหน่วยรบพิเศษเป็นชื่อ “กองทัพกบฏชาตินิยมยูเครน” ซึ่งสังหารหมู่ชาวโปแลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง
การตัดสินใจดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงในรัฐบาลวอร์ซอ และทำให้ประธานาธิบดีคาโรล นาวรอคกี ผู้นำโปแลนด์ เรียกร้องให้ถอดเครื่องอิสริยาภรณ์ “นกอินทรีขาว” ที่เคยมอบให้เซเลนสกีเมื่อปี 2566
อนึ่ง เซเลนสกีลงนามในกฤษฎีกาเชิดชูเกียรติหน่วยรบพิเศษของยูเครนในการสู้รบกับรัสเซีย ด้วยการนำชื่อของ “กองทัพกบฏยูเครน” (ยูพีเอ) มาเป็นชื่อหน่วย
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และหลังจากนั้น เมื่อยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ยูพีเอได้ต่อสู้กับกองทัพแดง และในช่วงหนึ่งได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้รุกรานนาซีเยอรมัน เพื่อแสวงหาเอกราชของยูเครน
แม้ยูเครนระบุว่า การตั้งชื่อหน่วยรบ “ไม่มีเจตนาต่อต้านชาวโปแลนด์” และเป็นชื่อที่ทหารยูเครนเลือก เพื่อรำลึกถึงผู้ที่ต่อสู้กับรัฐบาลมอสโก แต่ยูพีเอก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ในภูมิภาคโวลฮีเนีย ที่กระทำโดยกลุ่มชาตินิยมยูเครน ระหว่างปี 2486-2488 ซึ่งรัฐบาลวอร์ซอระบุว่าชาวโปแลนด์ชาติพันธ์ุเสียชีวิตประมาณ 100,000 ราย และชาวยูเครนหลายพันรายก็เสียชีวิตจากการสังหารล้างแค้นเช่นกัน
ด้านนักประวัติศาสตร์ชาวโปแลนด์มองว่า การสังหารหมู่เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐโปแลนด์หลังสงคราม อ้างอธิปไตยเหนือพื้นที่ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวยูเครน ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์ระหว่างสงครามโลก 2 ครั้ง
เหตุการณ์เหล่านี้เป็นความขัดแย้งที่ซับซ้อนระหว่างสองประเทศ ซึ่งดำเนินมานานหลายสิบปี แม้โปแลนด์สนับสนุนยูเครนอย่างแข็งขัน ในการต่อสู้กับการรุกรานของรัสเซีย โดยรับผู้ลี้ภัยเกือบ 1 ล้านคน และจัดหาอาวุธให้ก็ตาม
ทั้งนี้ รัฐบาลโปแลนด์หลายชุดที่ผ่านมา เรียกร้องขอเข้าถึงพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครน ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์ และเป็นสถานที่เกิดการสังหารหมู่โดยยูพีเอ แต่ก็ประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม โปแลนด์เริ่มดำเนินการขุดศพชาวโปแลนด์ที่ถูกสังหารในหมู่บ้านปูชนิกี ซึ่งเป็นหมู่บ้านของโปแลนด์ ตั้งแต่ปีที่แล้ว และในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลเคียฟอนุญาตให้มีการขุดศพเพิ่มเติมในเขตลิวบอมล์ ภูมิภาคโวลฮีเนีย
ด้านนาวรอคกี ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ชาตินิยมและอนุรักษนิยม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวหาหลายครั้งหลายหนว่า รัฐบาลเคียฟถ่วงเวลาในการตอบสนองคำขอการขุดศพของโปแลนด์ และเรียกร้องให้ยูเครนประณามการสังหารหมู่ในภูมิภาคโวลฮีเนีย ว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
นอกจากนี้ นาวรอคกียังใช้ประโยชน์จากความเบื่อหน่ายต่อชาวยูเครนจำนวนมากในโปแลนด์ และในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เขายังให้คำมั่นว่าจะไม่ให้สัตยาบันรับรองยูเครนเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เพื่อหลีกเลี่ยงการยั่วยุรัสเซีย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายเดิมของโปแลนด์ และทำให้รัฐบาลเคียฟไม่พอใจอย่างมาก.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



