สำหรับปีนี้มีการสลับเปลี่ยนหมุนเวียนหลายตำแหน่ง  “ไฮไลท์”สำคัญคือเก้าอี้“ผบ.ตร.”ที่ว่างลง หลัง“บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ต้องโบกมือลาเกษียณอายุราชการปลายเดือนก.ย.นี้ 

ตามเงื่อนไขการแต่งตั้งผบ.ตร.  ยึดธรรมเนียมตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่ต้องคัดเลือกจาก รอง ผบ.ตร. หรือ จเรตำรวจแห่งชาติ โดยคำนึงถึงหลักอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน โดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวน หรืองานป้องกันปราบปราม ให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) พิจารณาเห็นชอบ จากนั้นนายกฯ นำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

“ทีมข่าวอาชญากรรม ”พาสำรวจเส้นทางสีกากี ตลอดจนผลงาน รายชื่อที่ถูกคาดการณ์ว่า 1 ในนี้จะเป็นผู้รับไม้ต่อนามขาน“พิทักษ์ 1”  มี 4 แคนดิเดต 

เริ่มจาก “บิ๊กไมค์”  พล.ต.อ.นิรันดร  เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 27 นรต.รุ่น 43 เกษียณราชการปี 2571   เป็นศิษย์เก่ารร.เซนต์คาเบรียล ดีกรีปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขานวัตกรรมภาวะผู้นำ พ.ศ.2568  วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย 

ตลอดปีที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจให้เป็น“หัวหอก”แก้ไขปัญหาขาดแคลนพนักงานสอบสวน พร้อมทั้งเปิดตัวแอปพลิเคชัน Police Care  ยกระดับงานบริการประชาชนแบบครบจบในที่เดียว  ทั้งมีบทบาทสำคัญเป็นแกนนำปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า  ถือเป็นผลงาน“ชิ้นโบแดง”ปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยเงียบ

นอกจากนี้ ยังได้รับความไว้ใจให้ดูแลงานกฎหมายและคดี ควบคู่กับการขับเคลื่อนศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง และศูนย์ป่าไม้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย

เส้นทางชีวิตเริ่มรับราชการตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) , สารวัตรไปปฎิบัติหน้าที่ Civilian Police (CIVPOL) ในภารกิจของสหประชาชาติ (UNTAET) , รองผู้กำกับฝ่ายปฎิบัติการ บช.ก. , ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง , รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 4 , รองผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล, รองผู้บังคับการกองสวัสดิการ

ก่อนจุดเปลี่ยนพลิกผัน ช่วงเป็นนายเวร (สบ 6) ผบ.ตร. , ผู้บังคับการอำนวยการ บช.ก. , รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง , จเรตำรวจ (สบ 8), ผบช.รร.นรต. , ผู้บัญชาการการศึกษา , ผู้ช่วยผบ.ตร. และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร.

ถัดมา“รองหวาน” พล.ต.อ.ธัชชัย  ปิตะนีละบุตร  รอง ผบ.ตร.  นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 26 นรต.รุ่น 42 เกษียณอายุราชการ ปี 2570  เป็นบุตรชายคนรอง พล.ต.ท.ธรรมนิตย์ ปิตะนีละบุตร อดีต ผบช.ภ.4  ศิษย์เก่า รร.สวนกุหลาบ รุ่น 103  ดีกรีระดับปริญญาเอกกระบวนการยุติธรรมทางอาญาจากสหรัฐอเมริกา รอบปีที่ผ่านมาผลงานโดดเด่น ผ่านการขับเคลื่อนศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) ลุยปราบ“แก๊งน้ำมันเถื่อน-กักตุนน้ำมัน” ท่ามกลางวิกฤติพลังงานโลก

“รองหวาน”ถือเป็นส่วนขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการปราบปรามการค้ามนุษย์ จากการสวมหมวกผอ.ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และปราบปรามการค้ามนุษย์(ศพดส.ตร.) และการช่วยเหลือคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์  เมื่อครั้งสวมบทครูอยู่ในรั้วสามพรานได้มีส่วนผลักดันหลักสูตรปริญญาโท นิติวิทยาศาสตร์ และปริญญาโทด้านความปลอดภัย ด้านอาชญาวิทยา จัดตั้งศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมใหม่

เส้นทางราชการเริ่มที่ตำแหน่งรอง สวส. สภ.เมืองฉะเชิงเทรา อาจารย์ (สบ 2) รองศาสตราจารย์ (สบ 5) ภาควิชาอาชญาวิทยาและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ รร.นรต.  , ผบก.ตม.6 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รับผิดชอบพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้) , ผบก.ตม. 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รับผิดชอบท่าอากาศยานนานาชาติ) , ผบก.ภ.จว.นครนายก รอง ผบช.ภ.2  , ผบช.รร.นรต.  ก่อนขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.  , จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผบ.ตร. ดูแลงานป้องกันปราบปราม

แคนดิเดตต่อมา พล.ต.อ.สำราญ  นวลมา รอง ผบ.ตร.  นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 34 นรต.รุ่น 50  เกษียณอายุราชการปี 2576   ดีกรีรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง  ถูกวางตัวให้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ  ในรอบปีผลงานโดดเด่นจากการรับผิดชอบหน้าที่ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง(ศลต.ตร.)

ทั้งนี้ “รองราญ” ยังรับบทผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ศอ.ปส.ตร.) ควบคู่กับการป้องกันและสนับสนุนการบำบัด ลดความต้องการยาเสพติดในชุมชน ปราบผู้ค้ารายใหญ่-รายย่อย รวมทั้งปราบอาวุธปืนทางออนไลน์ และยังนำการขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศและกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายที่ใช้คนไทยเป็น“นอมินี”ถือครองที่ดิน การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต และการแย่งอาชีพคนไทย รวมทั้งสางปัญหาบุคคลต่างด้าวที่เป็นนักท่องเที่ยวกระทำผิดและก่อความเดือดร้อน  โดยนำ“ปายโมเดล”ของแม่ฮ่องสอน มาปรับใช้ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว

รวมทั้งรับผิดชอบศูนย์บริหารงานจราจร(ผอ.ศจร.ตร.) ดูแลภาพรวมทั่วประเทศ นอกจากนี้ พล.ต.อ.สำราญ ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบงานแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาด้วย

ด้วยฝีมือลายมือที่ผ่านงานระดับตร.ทุกหน้างาน ทั้งปราบปราม , สืบสวน  และความมั่นคง จนแวดวงทั้งในและนอกวงการให้การยอมรับ  รางวัลการันตีผลงาน มีสไตล์ทำงานสุขุมนุ่มลึก“พูดน้อยต่อยหนัก” กล้าตัดสินใจเด็ดขาดตรงไปตรงมา  วางตัวเสมอต้นเสมอปลาย จนเป็นที่ไว้วางใจของผู้ใหญ่ ทำให้บ่อยครั้งมักถูกวางตัวให้รับภารกิจสำคัญ 

“รองราญ” เริ่มเส้นทางสีกในตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวน สน.ทองหล่อ , รองสารวัตรสอบสวน สน.พระโขนง ,สารวัตรงานสายตรวจ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ(บก.สปพ.) หรือ  (191)  , สารวัตรป้องกันปราบปราม สน.บางนา , รองผู้กำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล , รอง ผกก.สายตรวจ 191  , ผกก.สน.ดอนเมือง, ผกก.สายตรวจ 191 , รองผบก.สปพ. , ผบก.สปพ. , รองผบช.น. ,  ผบช.น. , ผู้ช่วยผบ.ตร. และรองผบ.ตร.

แคนดิเดตคนสุดท้าย “บิ๊กแมน”พล.ต.อ.อิทธิพล  อัจฉริยะประดิษฐ์  จเรตำรวจแห่งชาติ  นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 27 นรต.รุ่น 43  เกษียณอายุราชการปี 2572   ชื่อชั้นไม่ต้องพูดถึง ตลอดเส้นทางรับราชการโลดแล่นบนถนนเส้นทางนักสืบอย่างโชกโชน ผ่านตำแหน่งสำคัญ เช่น  ผบก.สส.บช.น. , รอง ผบก.ป. ,  ผบก.ภ.จว.ยะลา ,  ผบช.สพฐ. , รอง จตช. ก่อนขึ้นเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ 

นอกจากนี้  ยังผ่านการคลี่คลายคดีสำคัญมากมาย อาทิ คดีลอบสังหารนายแสงชัย สุนทรวัฒน์ อดีตผอ.อสมท , คดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตร , คดีลอบยิงนายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา , คดีระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า , คดีระเบิดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ และคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ที่ จ.กระบี่ เป็นต้น ทั้งนี้ ยังมีบทบาทขับเคลื่อนศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ศปปง.ตร.)

สำรวจโปรไฟล์ทั้ง 4 นาย  แต่ละคนต่างมี“ฝีไม้ลายมือ-ผลงาน-ประสบการณ์” ดี-เด่น คนละด้าน  ชั่วโมงนี้ถือเป็นห้วงเวลาสำคัญในการชิงไหวชิงพริบ  ทำคะแนนให้เข้าตาผู้มีอำนาจ  ส่วนบรรดากองเชียร์-ผู้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว อดใจรออึดใจเดียวคงได้เห็น แคนดิเดตคนใดจะก้าวขึ้นสู่ยอดสุด“กรมปทุมวัน”กับเก้าอี้ผบ.ตร.คนที่ 16.

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน