นายแคช ปาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา เขาสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายใหม่กับจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นคู่ปรับของสหรัฐมานาน โดยหวังว่าจะได้พันธมิตรในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการลักลอบขนเฟนทานิล การฉ้อโกงทางไซเบอร์ และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก
ความร่วมมือดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนบุคลากร โดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของจีนเดินทางเยือนสหรัฐ และเจ้าหน้าที่เอฟบีไอเดินทางไปยังจีน เพื่อทำงานร่วมกันในคดีต่าง ๆ และแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของเอฟบีไอและจีน ยังดำเนินปฏิบัติการบุกค้นและจับกุมร่วมกัน ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ด้วย
ในการสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ปาเทลอธิบายถึงโครงการริเริ่มของเอฟบีไอ กับสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “พันธมิตรนอกกรอบ” ว่าเป็นการคัดเลือกและจำกัดเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติบางประเภท เช่น เครือข่ายภาพอนาจารเด็กระดับโลก และศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้าไปยังชาวอเมริกัน
ทั้งนี้ ความร่วมมือข้างต้น ซึ่งรู้จักกันภายในว่า “กลุ่มทำงาน” ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากอดีต และก่อให้เกิดความกังวลภายในชุมชนต่อต้านข่าวกรองอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดจากการแบ่งปันข้อมูลความมั่นคงภายในประเทศที่ละเอียดอ่อน ให้กับระบอบเผด็จการที่พยายามบ่อนทำลายสหรัฐทางเศรษฐกิจและทางทหารทั่วโลก
แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐมักกล่าวถึงรัสเซียและจีนมานานแล้วว่าเป็น “ผู้ส่งออกอาชญากรรม” แทนที่จะเป็นพันธมิตรที่มีศักยภาพในการต่อสู้กับอาชญากรรม และยังเป็นแหล่งจารกรรมที่มุ่งเป้าไปยังผลประโยชน์ของสหรัฐทั่วโลก แต่ปาเทล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ความเสี่ยงเช่นนั้นสามารถจัดการได้
“มันเป็นความสัมพันธ์แบบใหม่และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และพวกเราตระหนักดีถึงท่าทีต่อต้านของพวกเขาในหลายเรื่อง พวกเขาจะไม่หยุด แต่ถ้าพวกเราทำและได้รับชัยชนะเพื่ออเมริกา เราก็ต้องมีส่วนร่วม” ปาเทล กล่าวเพิ่มเติม
ความสัมพันธ์ในปัจจุบันเริ่มต้นจากการที่ทรัมป์เดินทางเยือนจีน เมื่อเดือน พ.ค. 2568 ตามด้วยการเยือนจีน 2 ครั้งของปาเทล ซึ่งเขากล่าวว่า ความร่วมมือขยายไปสู่กลุ่มทำงาน 4 กลุ่ม ได้แก่ การฉ้อโกงทางไซเบอร์ อาชญากรรมรุนแรงต่อเด็ก การปราบปรามยาเสพติด และหน่วยเฉพาะกิจติดตามผู้หลบหนี
อย่างไรก็ตาม ปาเทลกล่าวเสริมว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลมีขอบเขตจำกัด และเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติ 4 ประเภทเท่านั้น ที่การแบ่งปันข่าวกรองเป็นไปในลักษณะต่างตอบแทน อีกทั้งพันธมิตรใหม่ของเอฟบีไอจะไม่เข้ามาแทนที่พันธมิตรที่มีมานานของสหรัฐ เช่น กลุ่มความร่วมมือด้านข่าวกรอง “ไฟฟ์อายส์” หรือ “5 ตา” ซึ่งประกอบด้วยสหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์
อนึ่ง ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐ กับศัตรูสำคัญระดับโลกถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทูตส่วนตัวของทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แม้บางคนมองว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นความพยายามทำร้ายสหรัฐทางกายภาพ ทางเศรษฐกิจ และทางทหารก็ตาม
ขณะที่ปาเทลกล่าวว่า แนวทางปฏิบัติที่ใช้ในการทำงานร่วมกับจีนและรัสเซีย สามารถนำไปใช้กับความร่วมมือด้านการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิมอื่น ๆ ได้ โดยปรับให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



