เกี่ยวกับคำแนะนำนี้มาจาก ผศ.อรรถการ สัตยพาณิชย์ อาจารย์คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.พระนคร ที่แนะแนวทางไว้ในบทความชื่อ “จากผู้ชมสู่ผู้ร่วมสร้างคอนเทนต์ : เมื่อวิธีเล่าที่เหมาะสมเปิดพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วม” เผยแพร่ใน www.gotoknow.org โดยพูดถึงเรื่องนี้ว่าคนทำคอนเทนต์ต้องคิดให้ลึกกว่าคำถามที่ว่า วันนี้จะโพสต์อะไร โดยควรถามต่อไปอีกว่า สารนี้ควรถูกเล่าอย่างไร และเล่าบนแพลตฟอร์มใด ตลอดจนอยากให้ผู้ชมรู้สึกอะไรหลังชมคอนเทนต์แล้ว ซึ่งรูปแบบที่เหมาะไม่ได้เพียงทำให้คอนเทนต์ดูดี แต่ต้องทำให้ผู้รับสารเปิดใจ เข้าใจ และอยากตอบสนองมากขึ้น เพราะในโลกออนไลน์ แพลตฟอร์มไม่ใช่เพียงแค่ภาชนะที่ใส่เนื้อหา แต่เป็นวิธีเชื้อเชิญให้ผู้คนก้าวเข้ามาอยู่ในเรื่องราวเดียวกับเรา เพราะวันนี้กคอนเทนต์ไม่ได้แข่งว่าใครมีข้อมูลดีกว่า แต่แข่งด้วยว่า ใครออกแบบประสบการณ์ให้ผู้ชมอยากมีส่วนร่วมได้มากกว่ากัน แต่คำถามคือแล้วจะทำเช่นไรถึงเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้ร่วมคอนเทนต์ได้ หรืออยากร่วมสร้างความหมายไปพร้อมกับคอนเทนต์นั้น ๆ
“นี่คือเหตุผลที่การเลือกรูปแบบการถ่ายทอดสด (Live) เรื่องราวสั้น (Story) วิดีโอรีล (Reels) วิดีโอสั้น (Shorts) รายการเสียงออนไลน์ (Podcast) มีม (Meme) หรือการโพสต์แบบเลื่อนดูทีละหน้า (Carousel) และเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (User-Generated Content: UGC) ไม่ควรเกิดจากความนิยมอย่างเดียว แต่ควรเกิดจากความเข้าใจว่า เราต้องการสร้างพฤติกรรมแบบใดจากผู้ชม ดังนั้น คอนเทนต์ที่ดีจึงไม่ได้เพียงนำเสนอเนื้อหา แต่ต้องกำหนดว่าผู้ชมจะยืนอยู่ตรงไหนในเรื่องราวของเรา” ผศ.อรรถการ อธิบายเป้าหมายของวิธีการสื่อสารบนแพลตฟอร์ม
“เวทีสดที่ต้องเตรียมมากกว่าแค่เปิดกล้อง” โดยฮาวทูในหัวข้อนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า จุดแข็งของการ Live คือ ความสด ความจริง และการสื่อสารแบบสองทาง ที่ผู้ชมสามารถถาม แสดงความคิดเห็น หรือเปลี่ยนทิศทางบางส่วนของบทสนทนาได้ทันที ด้วยความรู้สึกว่า เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ทำให้ Live เป็นเครื่องมือสร้างความใกล้ชิดได้มากกว่าสื่อที่บันทึกไว้ล่วงหน้า แต่การLive ที่ดีก็ไม่ใช่การเปิดกล้องแล้วพูดไปเรื่อย ๆ เพราะหากไม่มีหัวข้อ โครงรายการ จังหวะ และการออกแบบการมีส่วนร่วมก็จะกระจัดกระจาย จนผู้ชมไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปทำไม จึงจำเป็นจะต้องมีการกำหนดช่วงเปิด ประเด็นหลัก ช่วงตอบคำถาม ช่วงสรุป และสิ่งที่อยากให้ผู้ชมทำต่อ
“ใช้ให้ถูกช่อง-ถูกจังหวะ” ในการทำคอนเทนต์ลงในแพลตฟอร์ม Story Reels และ Shorts เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ติดตามเก่า พร้อมกับดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่เข้ามาเพิ่ม โดยต้องเข้าใจว่าผู้ชมของแพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่ได้อยากเห็นเฉพาะผลงานที่สมบูรณ์แล้วเสมอไป แต่หลาย ๆ ครั้ง สิ่งที่ทำให้ผู้ชมคนรู้สึกผูกพันคือ เบื้องหลัง ความพยายาม ความผิดพลาด และเหตุการณ์เล็ก ๆ ดังนั้น แพลตฟอร์มเหล่านี้จึงเหมาะกับการเล่าเรื่อง, Behind the Scenes, การอัปเดตประจำวัน, เนื้อหาเรียกน้ำย่อย แบบสำรวจความคิดเห็น และการนับถอยหลังกิจกรรมบางอย่าง เป็นต้น
นี่เป็นฮาวทูน่าสนใจเกี่ยวกับ “Live Content” โดยคำแนะนำจาก ผศ.อรรถการ สัตยาพาณิชย์ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้ เพื่อใช้ประโยชน์จากเครื่องมือที่ทรงพลังในการสื่อสารทางการตลาดในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล อย่างไรก็ตาม แต่ฮาวทูเรื่องนี้ยังมีรายละเอียดอีกหลายหัวข้อที่น่าสนใจ เพียงแต่ขอยกยอดเก็บเอาไว้มาเล่าต่ออีกครั้งในสัปดาห์หน้า.
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]



