จากเดิมที่สังคมอาจมองปัญหา“คดี” หรือ “กลุ่มทุน” เป็นรายกรณี คำถามสำคัญที่ตามมาคือ หากกลุ่มทุนเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อประกอบธุรกิจหรือแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่มีการสร้างเครือข่าย สร้างชุมชน และมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจหรือกลไกต่าง ๆ ภายในประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เส้นแบ่งระหว่างการเข้ามามีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจกับการเข้ามาฝังราก เพื่อสร้างอิทธิพลอยู่ตรงไหน
“ทีมข่าวอาชญากรรม” ชวนวิเคราะห์สถานการณ์ที่กำลังสร้างข้อกังวล เพื่อให้สังคมเห็นปรากฏการณ์ที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด กับผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) สะท้อนภาพกว้างของสถานการณ์ว่า ปัจจุบันไทยกลายเป็นจุดหมายของกลุ่มทุนต่างชาติหลายกลุ่มที่ถูกตั้งคำถามถึงลักษณะของ“ทุนสีเทา” ที่ไม่ได้มีเพียงกลุ่มทุนจีน แต่ยังรวมถึงกลุ่มทุนจากอินเดีย รัสเซีย และอิสราเอลด้วย
คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่ากลุ่มทุนเหล่านี้เข้ามาทำอะไรในไทย แต่ต้องย้อนกลับมาพิจารณาด้วยว่า เหตุใดประเทศไทยจึงกลายเป็นพื้นที่ดึงดูดกลุ่มทุนเหล่านี้ และไทยมี“จุดดึงดูด”หรือ“ช่องโหว่”อะไรที่เปิดโอกาสให้ทุนจากต่างประเทศเข้ามาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้
ในมุมมอง ผศ.ดร.มาโนชญ์ ชี้ช่องโหว่ดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับทั้ง“ตัวกฎหมาย”และความหละหลวมในการ “บังคับใช้กฎหมาย” รวมถึงการอำนวยความสะดวกโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคนไทยบางส่วนที่อาจมีผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มทุนจากภายนอก
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นกลุ่มทุนต่างชาติที่ถูกตั้งคำถามเหมือนกัน แต่ว่าแต่ละกลุ่มกลับมีระดับความเสี่ยงและภัยคุกคามแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำทุกกลุ่มมาเหมารวมเป็นกรณีเดียวกัน

- เมื่อ“ประสบการณ์ตรง” กลายเป็นความกังวลของสังคม
กรณีกลุ่มทุนอิสราเอล ผศ.ดร.มาโนชญ์ มองความแตกต่างจากกรณีของกลุ่มทุนจากประเทศอื่นในแง่กระแสสังคม โดยเฉพาะเมื่อเกิด“กระแสต่อต้าน”ขึ้นในบางพื้นที่ พร้อมตั้งข้อสังเกตที่ผ่านมาไทยมีการตรวจสอบและกวาดล้างกลุ่มทุนจากหลายประเทศ ทั้งจีน อินเดีย หรือรัสเซีย แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เกิดกระแสต่อต้านคนจากชาตินั้นในระดับเดียวกัน ขณะที่กรณีอิสราเอลกลับเกิดกระแสต่อต้านที่เข้มข้นกว่า
เหตุผลสำคัญประการหนึ่ง คือความกังวลของบางส่วนต่อพฤติกรรมชาวอิสราเอลบางรายที่ปรากฏเป็นข่าว ทั้งในเรื่องพฤติกรรมคุกคาม การข่มขู่ ตลอดจนประเด็นทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็นนอมินีและการเข้ามาครอบครองที่ดิน
“ความกังวลลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทย แต่มีปรากฏการณ์ที่ถูกตั้งคำถามในประเทศอื่นด้วย เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินเดีย และศรีลังกา โดยระดับแรก ความรู้สึกต่อต้านหรือความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากประสบการณ์ตรงที่พบเห็นในสังคม รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว”
ขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลอีกระดับหนึ่งกับประเด็นความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งเป็นความกังวลที่มองไปไกลกว่าพฤติกรรมหรือผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรง

- กังวลความมั่นคง-การก่อตัวของชุมชน
ผศ.ดร.มาโนชญ์ มองความกังวลด้านความมั่นคงส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับนโยบายและบทบาทของอิสราเอลในระดับโลก รวมถึงประสบการณ์และเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ พร้อมระบุถึงประเด็นที่ถูกนำมาเชื่อมโยงในสังคม ตั้งแต่เรื่องการตั้งถิ่นฐานในดินแดนปาเลสไตน์ การยึดครองดินแดน ไปจนถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำต่อชาวปาเลสไตน์
สิ่งที่ทำให้เกิดความกังวลเพิ่มขึ้นในไทย คือการเกิดขึ้นของชุมชนชาวอิสราเอลและศูนย์กลางของชุมชนในลักษณะต่าง ๆ โดยกล่าวถึง“Chabad House” ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและชุมชนของชาวยิวสาย Chabad-Lubavitch ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในหลายประเทศ Chabad House ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนในหลายด้าน ทั้งเรื่องศาสนา อาหาร ที่พัก และการให้บริการแก่ชาวยิวที่เดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงเป็นพื้นที่สำหรับการรวมตัวของชุมชน

เมื่อเกิดชุมชนลักษณะดังกล่าวขึ้นในไทย จึงมีคำถามตามมาว่าเครือข่ายเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การถือครองทรัพย์สิน หรือการดำเนินกิจกรรมอื่นใดหรือไม่ โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสัญชาติ การถือครองที่ดิน หรือการใช้โครงสร้างนอมินี
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้ถูกนำเสนอในฐานะข้อกังวลและคำถามที่ควรตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปว่ากิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในทุกกรณี ทั้งนี้ ยังมองลักษณะของชุมชนที่“ค่อนข้างปิด”และบุคคลภายนอกเข้าถึงได้ยาก อาจทำให้เกิดความรู้สึกหวาดกังวลในสังคมไทย
โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับการก่อสร้างพื้นที่ใต้ดินหรือการใช้ประโยชน์จากพื้นที่บางแห่งที่บุคคลภายนอกเข้าถึงได้จำกัด สิ่งเหล่านี้จึงเป็นประเด็นที่ภาครัฐควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าการใช้พื้นที่มีวัตถุประสงค์อย่างไร และทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายไทยหรือไม่
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดคำถามอีกด้านหนึ่งว่า หากในอนาคตมีการขยายตัวของชุมชนอิสราเอลในไทย และมีลักษณะการแยกตัวออกจากชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น จะส่งผลต่อการบริหารจัดการของรัฐไทยอย่างไร ?
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



