หลังจบเกมกับ แอตเลติโก มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟสที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปพ่ายถึงประเทศสเปน 0-2 ซึ่งทำให้ทัพ “ผีแดง” ไม่ชนะใครมาแล้ว 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการจนแฟนบอล รวมถึงตัวนักเตะเอง เริ่มแสดงอาการไม่พอให้เห็นกันแล้ว

โดยเฉพาะ ลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังชาวอาร์เจนไตน์ของทีมคือ นักเตะคนแรกที่ออกมาพูดถึงต้นสังกัด และโจมตีฝ่ายบริหารของสโมสร โดยพูดถึงผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค เจสัน วิลค็อกซ์ ว่าไม่สนับสนุนทีมมากพอในการทุ่มเงินซื้อนักเตะใหม่เข้ามา จนเป็นที่วิพากย์วิจารณ์ในวงกว้าง
อย่าง เวย์น รูนีย์ อดีตแข้งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เห็นด้วยกับการที่เซนเตอร์แบ๊กรุ่นน้อง กล่าวโจมตีฝ่ายบริหารแบบนี้ เพราะการบอกว่า ทีมไม่เสริมผู้เล่นเข้ามาใหม่เพิ่ม มองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมทีมเหมือนเป็นการพูดว่าเพื่อนร่วมทีมดีไม่พอ และอาจส่งผลต่อเพื่อนร่วมทีมคนอื่น
ด้าน แอชลีย์ ยัง อีกหนึ่งอดีตแข้งของ แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าใจ “เดอะ บุชเชอร์” ว่าควรต้องเสริมทัพเพิ่มจริงๆ แต่นักเตะเองก็ต้องเล่นให้ดีขึ้นด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นอาจสร้างปัญหาตลอดทั้งสัปดาห์ และแต่ละเกมหลังจากนี้อาจกลายเป็นความเคลือบแคลงสงสัยกันเองในทีม

นอกจาก ลิซานโดร แล้ว อาหมัด ดิยัลโล เองก็ไม่น้อยหน้า ใช้คำที่รุนแรงโพสต์ลงโซเชียลมีเดียของตังเองอย่าง “สแนปแชท” ด้วยการบอกว่า “โคตรอัปยศเลย ผมหมดคำจะพูด” ทำเอาแฟนบอล “ผีแดง” อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า นี่อาจจะส่งผลกระทบกับทีมอย่างที่ รูนีย์ และ ยัง บอก
มีทฤษฎีสมคบคิดว่า หรือจริงๆ แล้ว ลิซานโดร มาร์ติเนซ กำลังอยากจะย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือไม่ เพราะหากดูจากประวัติศาสตร์การย้ายทีมของผู้เล่นขาวอาร์เจนไตน์หลายๆ คน รวมถึงแข้งจากอเมริกาใต้

โดยยกตัวอย่างง่ายๆ จากกองหลังเพื่อนร่วมชาติ คริสเตียน โรเมโร ที่ออกมาสาดคำพูดใส่บอร์ดบริหารของ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ อยู่หลายต่อหลายครั้ง และสุดท้ายเขาก็เลือกย้ายไปที่สเปนและอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด ในช่วงซัมเมอร์หลังจบฟุตบอลโลก 2026
ล่าสุด “เดอะ บุชเชอร์” จะออกมาร่ายยาวผ่านอิสตาแกรมตัวเอง ถึงเหตุผลที่พูดไปแบบนั้น โดย ลิซานโดร บอกว่า การที่เขาทำแบบนั้น เป็นเพราะความทะเยอทะยานที่ต้องการจะคว้าชัยชนะมาสู่ทีมและพร้อมทุ่มเททุกสิ่งอย่างให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด
การแสดงความเห็นของ มาร์ตีเนซ และคำสบถหลังเกมอาจบอกเราอะไรได้หลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือปัญหาหลังบ้านที่สะท้อนออกมาผ่านคำพูด การกระทำของนักเตะ เพราะเมื่อฟอร์มแย่ ทีมงานผู้บริหาร รวมถึง ไมเคิล คาร์ริก จะจัดการปัญหาแบบนี้ให้อยู่หมัด

มิเช่นนั้น จะพาสู่สัญญานอันตรายที่หลายๆ ทีมกลัว คือ สปริตในทีมอาจจะพังทลาย นำไปสู่ทีมแตกได้ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าปวดหัว หากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมาจริงๆ อย่างไรก็ตาม หากมองในทางกลับกันนี่อาจเป็นแรงส่งให้ทีมผลักดันไปข้างหน้า แต่ผู้คนก็ยังจะมองถึงผลเสียมากกว่าผลดี



