การลอบสังหารนายฮวน ฟรานซิสโก โซลอร์ซาโน ฟอปปา วัย 43 ปี ทนายความต่อต้านการทุจริต เมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นเหตุฆาตกรรมทางการเมืองครั้งสำคัญที่สุดในกัวเตมาลา ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความกังวลอีกครั้งเกี่ยวกับความเสี่ยงของผู้ที่ต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชันในอเมริกากลาง


ตำรวจกัวเตมาลากล่าวว่า พวกเขาควบคุมตัวชาย 2 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารโซลอร์ซาโน รวมถึงยึดของกลางเป็นอาวุธปืนแบบคาร์ไบน์และรถจักรยานยนต์ แต่ทั้งสองคนได้รับการปล่อยตัว โดยไม่มีการตั้งข้อหาใด ๆ และพวกเขายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง ส่วนตำรวจยังไม่สามารถระบุแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ได้


สำหรับชาวกัวเตมาลา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นึกถึงความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับการลอบสังหารบิชอปฮวน โฮเซ เกราร์ดี เมื่อปี 2541 ซึ่งถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต สองวันหลังการนำเสนอรายงานที่เปิดโปงความโหดร้ายในช่วงสงครามกลางเมืองของกัวเตลามา โดยกล่าวโทษว่ากองทัพและกองกำลังพันธมิตรเป็นผู้ก่อความรุนแรงส่วนใหญ่


“ในแง่ของระดับความรุนแรงและความสำคัญ ผมคิดว่าเราต้องย้อนกลับไปในปี 2541 เมื่อบาทหลวงเกราร์ดีถูกสังหาร” นายฮวน ฟรานซิสโก ซานโดวัล อดีตหัวหน้าสำนักงานอัยการพิเศษเพื่อต่อต้านการยกเว้นโทษของกัวเตมาลา กล่าว


อนึ่ง โซลอร์ซาโน เป็นบุตรชายของนักรบกองโจรที่เสียชีวิตในสงครามกลางเมืองช่วงทศวรรษที่ 1980 และหลานชายของนางอาไลเด ฟอปปา กวีและนักเคลื่อนไหวที่มีชื่อเสียง ซึ่งถูกลักพาตัวเมื่อปี 2523 และไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย


โซลอร์ซาโนไต่เต้าจากตำแหน่งผู้ช่วยอัยการ ขึ้นมาเป็นบุคคลสำคัญในการต่อต้านการทุจริต โดยเขาทำงานร่วมกับกลุ่มต่อต้านคอร์รัปชัน “ซิซิก” (CICIG) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในคดีรับสินบน “ลา ลิเนีย” ซึ่งนำไปสู่การโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีออตโต เปเรซ โมลินา ในปี 2558


ด้านซานโดวัล ซึ่งรู้จักกับโซลอร์ซาโนมานานถึง 23 ปี กล่าวว่า โซลอร์ซาโนมีศัตรูมากมาย เนื่องจากการทำงานในหน่วยงานภาษี รวมถึงมีศัตรูทางการเมืองอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการกล่าวหาบุคคลต่าง ๆ ต่อสาธารณะ ยิ่งไปกว่านั้น โซลอร์ซาโนมักจะเปิดโปงความเชื่อมโยงระหว่างแก๊งอาชญากร พรรคการเมือง และระบบตุลาการอยู่เสมอ


ในปี 2561 โซลอร์ซาโนถูกปลดออกจากตำแหน่ง และซิซิกถูกบังคับให้ยุติการดำเนินงาน ตามส่วนหนึ่งของการตอบโต้จากกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ฝังรากลึกอยู่ในกัวเตมาลา อีกทั้งในปี 2564 โซลอร์ซาโนถูกจับกุมด้วยข้อกล่าวหา “ความผิดปกติในลายเซ็น” ที่เขารวบรวมเพื่อจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ทว่าผู้พิพากษาได้ยกฟ้องข้อหาร้ายแรงที่สุดในเวลาต่อมา


“ผมรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง เพราะนี่ไม่ควรเป็นจุดสิ้นสุดชีวิตของพลเมืองคนหนึ่ง ซึ่งอุทิศตนให้กับประเทศชาติมากมายขนาดนี้” นายฟรานซิสโก ริวาส อดีตรมว.มหาดไทยของกัวเตมาลา ซึ่งเป็นเพื่อนของโซลอร์ซาโนมานานถึง 20 ปี กล่าว “เขาเป็นนักสู้ที่มีความกล้าหาญเป็นอย่างยิ่ง และยึดมั่นในอุดมการณ์และค่านิยมของตนเองอย่างแน่วแน่”


ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเบร์นาร์โด อาเรวาโล ผู้นำกัวเตมาลา ประณามการลอบสังหารโซลอร์ซาโนเช่นกัน โดยเขากล่าวว่าเป็น “การฆาตกรรมที่ขี้ขลาด” พร้อมกับเสริมว่า ผู้กระทำความผิดโดยตรงและผู้ที่สั่งการให้ก่ออาชญากรรม ต้องเผชิญกับบทลงโทษตามกฎหมายอย่างเต็มที่


ขณะที่ นายฮูลิโอ โซลอร์ซาโน นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน และลุงของโซลอร์ซาโร ชี้ให้เห็นว่า การฆาตกรรมครั้งนี้อาจเป็นวิธีสร้างความหวาดกลัวและความไม่ไว้วางใจ และทำลายความมั่นคงของประเทศ.


ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS