รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย บริหารประเทศในรอบนี้มาได้ประมาณ 7 เดือน เริ่มมี “ม็อบใหญ่” จ่อประตูทำเนียบรัฐบาล คือมีม็อบมาเยี่ยมเยือนก่อนถูก “ฝ่ายค้าน” เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจการทำงานของนายกฯและรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย รวม 18 คน ระหว่าง 7-9 ธ.ค.นี้
เริ่มจาก “ม็อบกำนันมะโน” ที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน หรือ “นปผ.” นำโดยนายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ได้เคลื่อนขบวนรถยนต์ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์พร้อมมวลชนหลายร้อยคน ออกจากบริเวณแยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตอนสาย ๆ ของวันที่ 5 พ.ย.69
โดยมีจุดหมายปลายทาง ไปรวมตัวชุมนุมกันบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงคืนวันที่ 7 พ.ย. 69 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ค่าครองชีพสูง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และปัญหายาเสพติดที่ต้องการให้เป็นวาระแห่งชาติ เมื่อมีการจับกุมแล้วส่งไปถึงศาลมากน้อยแค่ไหน? หรือว่าจับกุมเพื่อรีดไถแล้วจบ!
ก่อนหน้านี้ (4 พ.ย.) สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย 13 สมาคม รวมตัวกันจัดกิจกรรมรวมพลังคนขนส่ง หยุดปล้นประชาชน บริเวณด้านหน้ากระทรวงพลังงาน เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน ภายหลังน้ำมันดีเซลปรับราคาเพิ่มขึ้นกว่า 8 บาทต่อลิตร ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อต้นทุนภาคการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชนพุ่งสูงขึ้น
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่ากิจกรรมครั้งนี้ เป็นการยกระดับจากกิจกรรม Truck Power ที่จ.ชลบุรี เนื่องจากข้อเรียกร้องที่เคยยื่นต่อรัฐบาลยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน การปรับขึ้นราคาน้ำมันในช่วงที่ประชาชนเผชิญวิกฤติน้ำท่วม ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อน
ทางสหพันธ์ฯ จึงยื่นข้อเรียกร้องรวม 10 ข้อ โดยมีประเด็นหลักคือขอให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 35 บาท เป็นเวลา 1 ปี,ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและพลังงานทั้งระบบ, ยกเลิกต้นทุนทิพย์,ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเหลือร้อยละ 5,ทบทวนค่าการกลั่น และควบคุมราคาน้ำมันให้เป็นสินค้าควบคุม
ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบกรณี “น้ำมันหาย” ไปจากระบบกว่า 700 ล้านลิตร ในช่วงเดือน มี.ค.69 มีการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องไปถึงไหนแล้ว? พร้อมเสนอให้ยุบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองของชาติเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
โดยมองว่ามาตรการลดภาษีน้ำมัน B20 และ E20 หรือการถอดต้นทุนสมมุติเพียงอย่างเดียว ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ดังนั้นรัฐบาลมีเวลา 60 วัน (พ.ย.-ธ.ค. 69) ในการเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือประชาชนทั้งประเทศ หากครบกำหนด 60 วัน ยังไม่มีความคืบหน้า ทางสหพันธ์ฯจะพิจารณายกระดับการชุมนุม โดยอาจประสานกลุ่มผู้ชุมนุมอื่น หรือจัดขบวนรถบรรทุกในเครือข่าย 500-1,000 คัน เคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงเทพฯ
พูดง่าย ๆ ว่าเริ่มมี “ม็อบ” ก่อตัวเพื่อมาเขย่าเสถียรภาพของรัฐบาล ด้วยปัญหาหลักๆ คือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ข้าวของแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น และปัญหายาเสพติด ในขณะที่รายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ขยับขึ้นตามภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
รัฐบาลนายอนุทินบริหารประเทศมาแล้ว 2 รอบ รวมเวลา 1 ปี แต่ยังไม่มีวี่แววว่าประชาชนส่วนใหญ่ “รวยกันไม่ไหวแล้ว” มีแต่ “หนี้ครัวเรือน” พุ่งสูงขึ้น!!.
พยัคฆ์น้อย



