หน้าตาเขาดูซื่อ ๆ น้ำเสียงชวนหลับใหล พูดราวสอนนักศึกษาหน้าชั้น น่าเบื่อ  ยิ่งเมื่อปล่อยคำพูด ปิศาจ ชนชั้น กาลเวลา ปรสิต ว้าย ยังกะหลุดจากนิยาย  ปิศาจ ของพี่เส เสนีย์ เสาวพงศ์ อดีตทูตและอดีตประธานมูลนิธิ อิศรา อมันตกุล นักเขียนนามอุโฆษ ก็ไม่ปาน แต่ยิ่งฟังไปก็ต้อง เอ๊ะ เฮ้ย  เขาคือ  รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี นักวิชาการจากธรรมศาสตร์ ที่เพิ่งสร้างปรากฏการณ์  นำทีมก้าวหน้า ชนะทั้งฝั่งลูกจ้าง และ นายจ้าง ชนิดม้วนเดียวจบ

หลังชัยชนะกวาดที่นั่งฝ่ายลูกจ้าง 7 ฝ่ายนายจ้าง 7 รวม 14 คน จากบอร์ดประกันสังคม 21 คน โดยที่เหลือ 7 คน คือตัวแทนซีกรัฐบาลล้วน ๆ นักข่าวแบบเสี้ยม จะให้เครดิต รมว.แรงงาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (เพื่อไทย) ที่ยืนกรานสูตรเลือกตั้ง 1 ต่อ 7 ไม่ใช่ 1 ต่อ 1 ที่หวังแยกสลายทีมก้าวหน้าหรือไม่ คำตอบคือ คนที่ควรได้เครดิตเต็ม ๆ คือ ชลิต รัษฐปานะ (เพิ่งได้ยินชื่อ เห็นว่าเคยสมัครเป็นบอร์ด สปส.นี่ล่ะ) ไม่ใช่ จุลพันธ์ โห ใจแคบ ไม่หาพันธมิตร แต่พอตบท้าย เรายินดีทำงานร่วมกับ รมต.จุลพันธ์เพราะเชื่อว่ามีเจตนารมณ์ให้ผู้ประกันตนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เฮ้ย ฉลาดตอบเลยเนี่ย!!! 

อีกคำถาม ชงให้ตบ เห็นอย่างไรที่ นายพนัส ไทยล้วน(ผู้นำอีกทีมที่ชูการแจกปฏิทิน หมวก เสื้อยืด แพ้ยับเยิน 9 แสนกว่ากับ 2 หมื่นเศษ และ 9,000 กับ 700 เสียง) ดร.หน้าจืดบอกว่า นายพนัสก็เคยสร้างทั้งความก้าวหน้าและข้อผิดพลาดให้ สปส.แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป คนต้องการปฏิรูป ไม่ใช่ปฏิทิน แล้วจะไม่ให้ เฮ้ย ได้ไง นี่ล่ะ วุฒิภาวะ เป็นเราคงขอเหยียบให้สาสมที่โดนเหยียดมาตลอด เด็กอมมือ พวกดูดนม สวะ ได้ซัก 100 เสียงก็เก่งแล้ว โห ทุเรศ (ว่ะ) 

จากนี้ไป ก็อยู่ที่หลังได้เสียงเด็ดขาด 14 เสียงจาก 21 เสียงแล้ว ทีมก้าวหน้า จะโชว์ฝีมือทำให้ผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านเห็นว่า เข้าไปเพิ่มผลประโยชน์และดูแลปกป้องเงินกองทุนกว่า 2.8 ล้านล้านที่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเค้า ถูกใช้อย่างคุ้มค่า ไม่อีลุ่ยฉุยแฉก แบบซื้อตึก SSKY 9 ตั้ง 7,000 ล้านจาก 3,000 ล้าน ตัดสูท 200 ล้าน ทำปฏิทิน 50 ล้าน ซื้อที่ดินที่เจ้าของติดป้าย 45 ล้าน ในราคา 80 ล้าน สร้างโรงอาหารกระทรวงแรงงาน 20 ล้าน ซื้อตึกร้างทียูโดมพันล้าน บินเฟิสต์คลาส… ซึ่งทีมก้าวหน้าชุดเดิม ขุดเอาขยะใต้พรมมาให้คน “ตาสว่าง” ทั้งแผ่นดิน

สร้างแรงโกรธแค้นให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิเพิ่มขึ้นถึง 400-700% จากครั้งที่แล้ว เค้าเงียบไม่ได้หมายความว่า ยอมจำนนไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ที่บอก กระแสส้ม กลับมาแล้ว ยังไกลไป จะมองเป็นการสะสมชัยชนะได้ยาใจ ก็ว่าไป

ส่วน “งานหิน” ที่รออยู่ คือ การเอากองทุน 2.8 ล้านล้านออกมาเป็น “กองทุนอิสระ” แบบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่แม้แต่ข้าราชการกระทรวงแรงงานเองก็เป็นสมาชิก จ้างมืออาชีพบริหาร ขณะกองทุนผู้ประกันตนกลับขึ้นกับระบบราชการ โคตรแปลก ข้อมูลจาก กัณฑิรา  เวอร์การา 1 ในบอร์ดลงทุนสินทรัพย์นอกตลาดฯทำให้ตาสว่าง

…แค่ค่าเสียโอกาสจากการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพสูงสุดของกองทุนประกันสังคม ก็ตกวันละประมาณ 300 ล้าน (โห) เราโยนเงินตรงนี้ทิ้งมาร่วม 35 ปีแล้ว มันนานเกินพอ …มิน่าสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนถึงน่าสมเพช ค่าทำฟัน 900 บาทต่อปี ทำงาน 4-50 ปี รับบำนาญเดือนละ 3,900 บาท (เราเอง) รพ. รับคนไข้ประกันสังคมน้อยลงทุกวัน…

เรื่องนี้ รัฐบาลต้องเสนอเป็น พ.ร.บ.ในสภา นอกเงื้อมมือบอร์ดประกันสังคมไปกำหนดได้  ทีมก้าวหน้า จะผลักดันอีท่าไหน พรรครัฐบาลหรือทุกพรรคถึงจะเอาด้วย ไม่มองเป็นผลงานพรรคส้มอย่างเดียว มันจึงท้าทายมาก  

ก่อนจบ บอกตรง ๆ สะใจนะที่เห็นหัวขบวนอนุรักษ์ ดร.ลูกบิด อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ จาก นิด้า โพสต์ได้บ้าคลั่ง ดูถูกเหยียดหยามคนเลือกบอร์ด สปส.เป็นประชาชนคุณภาพต่ำ เลือกตั้งทีไรก็ได้คุณภาพต่ำบรรลัยเสมอ ประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้ง คือวิธีการเลวร้ายเสมอสำหรับประเทศไทย ว่าไปนั่น เหมือนอีกดร.คนหนึ่ง…เคยหลุดคำพูด 15 ล้านเสียงคนต่างจังหวัดที่ไร้คุณภาพเทียบไม่ได้กับ 3 แสนเสียงคุณภาพของคน กทม.  ฉันใดก็ฉันนั้น

จินตนาการของเหล่า “คนดีย์” แห่งแผ่นดิน ไม่เคยเปลี่ยน  ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน.

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่