เมื่อวันที่ 23 พ.ค.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ว่า  ตนได้กำชับเรื่องการติดตามงานนโยบายต่างๆไม่ว่าเป็นโครงการพาน้องกลับมาเรียน โครงการอาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี และเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา MOE SAFETY CENTER ซึ่งในประเด็น MOE SAFETY CENTER นั้นตนต้องการเน้นย้ำให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพราะขณะนี้ได้มีการเปิดภาคเรียนออนไซต์อย่างเต็มรูปแบบในทุกสถานศึกษาแล้ว ดังนั้นระบบ MOE SAFETY CENTER จะต้องมีประสิทธิภาพตามไปด้วย โดยตนฝากผู้บริหารทุกองค์กรหลักศธ.ที่เกี่ยวข้องให้ติดตามระบบดังกล่าวอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงระบบ MOE SAFETY CENTER ในสถานศึกษามีปัญหาหรือุปสรรคใดหรือไม่ และการเข้าถึงระบบมีความยุ่งยากมากน้อยแค่ไหน เพราะตนต้องการให้ปัญหาของนักเรียนได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและตรงจุดมากที่สุด ส่วนประเด็นนโยบายด้านอื่นๆได้ฝากให้ผู้บริหารทุกคนตื่นตัวในการทำงานมากขึ้น และเร่งติดตามผลสัมฤทธิ์ในทุกนโยบายที่ตนสั่งการลงไปด้วย เนื่องจากปัญหาการศึกษาไม่สามารถรอได้

ต่อข้อถามว่า การทำงานร่วมกับผู้บริหารในศธ.อาจยังไม่เป็นในทิศทางเดียวกันหรือตามงานยากจึงทำให้รัฐบาลสะท้อนว่าการปฎิรูปการศึกษาของศธ.มีความล่าช้าหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวตนมองว่าภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงขนาดใหญ่ ระบบการทำงานมีความซับซ้อน อีกทั้งการทำงานระดับพื้นที่อาจยังขาดการสื่อสาร แต่ที่ผ่านมาตนได้กำชับผู้ตรวจราชการ ศธ.แล้วว่า การติดตามนโยบายต่างๆของตนบทบาทของผู้ตรวจราชการศธ.จะต้องติดตามลงพื้นที่เร่งสร้างความเข้าใจเรื่องนโยบายให้แก่ผู้ปฎิบัติในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น รวมถึงกำชับผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.จะต้องตื่นตัวในการติดตามข้อมูลต่างๆอย่างใกล้ชิดด้วย

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับภาพรวมการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ผ่านไป 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยสถานศึกษาทุกแห่งได้ปฎิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด พร้อมกับมีแผนเผชิญเหตุกำหนดไว้ในทุกโรงเรียนด้วย ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการเติมเต็มทักษะการเรียนของเด็กหลังสถานการณ์โควิดทำให้เราต้องบริหารจัดการศึกษาในรูปแบบออนไลน์ ส่งผลให้เด็กมีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ดังนั้นครูผู้สอนจะต้องเร่งเติมเต็มทักษะของเด็กที่ขาดหายไป และจัดกลุ่มการดูแลเด็กอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทางการเรียนรู้ในอนาคต