นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า พ.ร.บ.คุ้มครองช้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  หรือ ก.ม.พีดีพีเอ ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน แต่จะมีส่วนช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยในส่วนของกฎหมายลูกที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จะทยอยประกาศออกมาชุดแรก จะครอบคลุม (ร่าง) ประกาศเรื่องการยกเว้นในบางหมวดสำหรับกิจการขนาดเล็ก เพื่อบรรเทาข้อกังวลเรื่องภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบ ซึ่งคาดว่าจะมีผลในสัปดาห์นี้

“ทางกระทรวงดีอีเอสขอย้ำอีกครั้งว่า ก.ม.พีดีพีเอ มีเจตนาที่จะไม่สร้างภาระให้ เอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน แต่กลับช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะเตรียมออก ก.ม.ลูกชุดแรก ให้ระยะผ่อนผัน 1 ปีบางหมวด ซึ่ง ก.ม. นี้ มีเจตจำนงชัดเจนในการให้ความคุ้มครองสิทธิเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ขณะเดียวกัน เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล”

 นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า สำหรับ (ร่าง) ประกาศชุดแรกที่ปิดรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว และจะทยอยใช้เป็นกฎหมายลูก ได้แก่ 1.(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การยกเว้น การบันทึกรายการ ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก พ.ศ. ….   2.(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. …. และ 3.(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ….

“สำหรับ ก.ม.ลูกที่จะออกมาในสัปดาห์นี้ ในร่างประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การยกเว้นการบันทึกรายการของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก ซึ่งคาดว่าจะช่วยคลายข้อกังวลและลดภาระให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและเอสเอ็มอีได้” นายเวทางค์ กล่าว