สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ว่าที่ประชุมสมาชิกสภาสามัญพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลปัจจุบันของสหราชอาณาจักร มีมติเสียงข้างมาก 211 ต่อ 148 เสียง ให้ความไว้วางใจนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลและหัวหน้าพรรคต่อไป
British Prime Minister Boris Johnson survived a confidence vote, but a large rebellion in his Conservative Party leaves him with a struggle to win back support https://t.co/BjxPcIrhZR pic.twitter.com/WPV8WC98MH
— Reuters (@Reuters) June 7, 2022
ขณะที่ผู้นำสหราชอาณาจักรซึ่งนำพรรคอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2562 ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนถล่มทลาย นับตั้งแต่ยุคนายกรัฐมนตรีมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ เมื่อปี 2530 กล่าวถึงมติของสมาชิกพรรค “คือสัญญาณของการต้องก้าวต่อไปข้างหน้า”
อย่างไรก็ตาม เสียงสนับสนุนที่ออกมาน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้มาก และการที่สมาชิก 148 คน ไม่ให้การสนับสนุน ถือว่ามีสัดส่วนสูงเกือบครึ่ง จึงมีการวิเคราะห์ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับจอห์นสันมากกว่า ว่าจะยังคงสามารถอยู่ในฐานะผู้นำรัฐบาลและผู้นำพรรค ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ในปี 2568 หรือไม่
We need to come together as a party and focus on what this government is doing to help people with the cost of living, to clear the COVID backlogs and to make our streets safer.
— Boris Johnson (@BorisJohnson) June 6, 2022
We will continue to unite, level up and strengthen our economy. pic.twitter.com/vIWK81dDJC
ด้านเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคแรงงาน วิจารณ์ผลการลงมติของพรรครัฐบาลอย่างหนัก ว่าพรรคอนุรักษนิยมกำลังแสดงให้สังคมได้ประจักษ์ว่า “การละเมิดกฎหมายไม่เป็นอุปสรรคต่อการบัญญัติกฎหมาย” ส่วนสื่อท้องถิ่นหลายแห่งนิยามการหยั่งเสียงของพรรคอนุรักษนิยมครั้งนี้ ว่าจอห์นสัน “คือผู้ชนะที่เต็มไปด้วยบาดแผล”
ทั้งนี้ จอห์นสันและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก จากกรณีอื้อฉาว “ปาร์ตี้เกต” ที่เป็นการจัดงานเลี้ยงหลายครั้งภายในบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นทำเนียบและบ้านพักของนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ทั้งประเทศอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์.
เครดิตภาพ : REUTERS



