ในการพบปะของ ‘อีลอน มัสก์’ กับพนักงานของ ‘ทวิตเตอร์’ โดยตรงเป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มหาเศรษฐีผู้ยื่นข้อเสนอซื้อบริษัทเป็นเงินกว่า 1,500 ล้านบาท ได้ตอบข้อสงสัยหลายประการเรื่องการบริหารบริษัท ตั้งแต่วิธีการปลดพนักงานไปจนถึงการจัดการผลิตภัณฑ์
ประเด็นหนึ่งที่เขาตอกย้ำอย่างเห็นได้ชัด ก็คือระบบการทำงานแบบเห็นหน้าค่ากันจริง ๆ ไม่ใช่เน้นการทำงานผ่านระบบออนไลน์ มัสก์ พูดเสมอว่า เขาพอใจให้พนักงานเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศมากกว่าทำงานที่บ้านหรือนอกสถานที่
ประเด็นนี้กลายเป็นหัวข้อที่น่าติดตาม เนื่องจากข้อมูลตามคำกล่าวของ เลสลี เบอร์แลนด์ หัวหน้าฝ่ายบุคคลและ CMO ผู้ดูแลกลยุทธ์ทางการตลาดของทวิตเตอร์แล้ว บริษัทมีพนักงานที่ทำงานทางไกลหรือไม่ได้อยู่ในออฟฟิศแบบ 100% เป็นจำนวนมากถึง 1,500 คน และที่เหลืออีก 6,000 คน ส่วนใหญ่จะทำงานในรูปแบบผสม กล่าวคือเข้าออฟฟิศบ้างและทำงานที่บ้านเป็นบางวัน
มัสก์ กล่าวว่า เขาคิดว่าพนักงานที่มีอำนาจบริหารระดับสูงบางคนเท่านั้น ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ หรือถ้าพนักงานคนไหนที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ก็เป็นไปได้ว่า พนักงานคนนั้นจะพิสูจนได้ว่าเขาทำงานอย่างประสิทธิภาพ แม้จะทำงานจากนอกสำนักงาน เช่นนั้นก็อาจเป็นข้อยกเว้นว่าไม่ต้องเข้าออฟฟิศ
กระนั้น มัสก์ ก็ยังคงต้องการให้พนักงานที่ได้รับความยินยอมให้ทำงานที่บ้านได้ เข้ามาที่ออฟฟิศ เพื่อทำความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงาน เขามองว่า คงไม่เป็นการดีสักเท่าไหร่ หากพนักงานด้วยกันเดินสวนกันตามถนนแล้วไม่รู้จักว่า ต่างทำงานให้องค์กรเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า มัสก์ บอกให้กลุ่มผู้บริหารบริษัทเทสลา ต้องเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ หรือไม่เช่นนั้นก็จงลาออกไปเสีย โดยมีเนื้อความในจดหมายเวียนของบริษัทเผยแพร่ออกมาว่า พนักงานของเทสลาจะต้องมาทำงานที่สำนักงานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 40 ชม. ถ้าหากพนักงานคนใดไม่มา บริษัทจะถือว่าพ้นสภาพการเป็นพนักงาน
ทวิตเตอร์ เคยเสนอทางเลือกให้พนักงานทำงานที่บ้านแบบถาวรในปี 2563 และขณะนี้มีแนวโน้มว่า นโยบายดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อบริษัทได้เจ้าของคนใหม่ ซึ่งสร้างความตระหนกไม่น้อยแก่พนักงานในบริษัท
แหล่งข่าววงในกล่าวว่า มีการส่งข้อความผ่านระบบภายในของบริษัท ระหว่างพนักงานด้วยกันเป็นจำนวนมาก หลังจากที่พวกเขาเห็นท่าทีของ มัสก์ เกี่ยวกับนโยบายการทำงานที่บ้าน
ขณะนี้ ทั้งทางทวิตเตอร์และ มัสก์ ยังคงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องนี้
แหล่งข่าว : businessinsider.com
เครดิตภาพ : Getty Images



