สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า จากเหตุการณ์ลอบสังหารซึ่งสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก เมื่อชายวัย 41 ปี ใช้อาวุธปืนประดิษฐ์เอง ยิงอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ระหว่างขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง ช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกของพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ที่เมืองนารา ทางตะวันตกของประเทศ
Abe, who left office in 2020, was shot and killed during an election campaign speech in an attack his protege and incumbent Prime Minister Fumio Kishida called 'absolutely unforgivable' pic.twitter.com/YtkCdLzSaW
— Reuters (@Reuters) July 8, 2022
คณะแพทย์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนาราออกแถลงการณ์ว่า อดีตผู้นำญี่ปุ่นถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ เมื่อเวลา 17.03 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันศุกร์ (15.03 น. ตามเวลาในประเทศไทย) หรือประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่งหลังเกิดเหตุ รวมอายุได้ 67 ปี โดยอาเบะมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณลำคอด้านขวา และไหปลาร้า ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี “ไม่มีสัญญาณชีพ” แล้ว เมื่อถึงโรงพยาบาล
ทั้งนี้ แพทย์และพยาบาลทุกคนเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ โดยใช้เลือดมากกว่า 100 ถุง อย่างไรก็ตาม ร่างกายของอาเบะอยู่ในภาวะเสียเลือดมาก ส่งผลให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งระบบหัวใจหยุดทำงานในที่สุด อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ แพทย์ยังไม่พบกระสุนปืนในร่างกายของผู้เสียชีวิต
安倍元総理大臣が演説中に銃撃されました。心肺停止の状態で、警察は41歳の男の容疑者を殺人未遂の疑いで逮捕、詳しい状況を調べています。事件は、大勢が演説を聞いている中、起きました。
— ニュースウオッチ9 (@nhk_nw9) July 8, 2022
????このあとNHK総合とNHKプラスでhttps://t.co/RTnTR4PXaz#ニュースウオッチ9 pic.twitter.com/032vz70pk0
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างหนัก และยืนยันว่า คนร้ายคือ นายเทตสึยะ ยามากามิ วัย 41 ปี อดีตเจ้าหน้าที่สังกัดกองกำลังทางเรือ หรือกองทัพเรือของกองกำลังป้องกันตนเอง (เอสดีเอฟ) ต้องรับโทษตามกฎหมาย จากการลงมือก่อเหตุอุกอาจ ที่เป็นการลอบสังหารนายกรัฐมนตรีหรืออดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1930 หรือก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง.
เครดิตภาพ : REUTERS



