สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าชาวศรีลังกาจำนวนมาก รวมตัวกันตามท้องถนน เพื่อประท้วงขับไล่รัฐบาลของประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา จากความโกรธแค้นเรื่องการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจ “ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง” เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 20 คน ทั้งพลเรือนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตา เพื่อสกัดฝูงชนซึ่งพยายามเข้าใกล้เขตบ้านพักของประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา ในกรุงโคลัมโบ


ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า มวลชนบางส่วนสามารถฝ่าการปะทะและแนวรั้วกั้นของเจ้าหน้าที่ จนเข้าไปภายในบ้านพักประจำตำแหน่งของผู้นำศรีลังกา ในเขตใจกลางกรุงโคลัมโบได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของศรีลังกาเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อพยพผู้นำศรีลังกาและครอบครัวออกไปยังสถานที่แห่งอื่นแล้ว ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา จากการที่ผู้ชุมนุมประกาศล่วงหน้า ว่าจะจัดการประท้วงครั้งใหญ่ช่วงสุดสัปดาห์นี้

ผู้ประท้วงขว้างกะป๋องแก๊สน้ำตากลับไปยังฝั่งตำรวจ ระหว่างการปะทะกัน ใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดีศรีลังกา ในกรุงโคลัมโบ


ทั้งนี้ทั้งนั้น นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห เรียกประชุมฉุกเฉินหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อหารือกรณีที่ผู้ประท้วงบางส่วนสามารถบุกรุกเข้าไปภายในบริเวณบ้านพักของประธานาธิบดี สำนักงานเลขาธิการ และอาคารรัฐสภาหลังเก่า ซึ่งถือเป็นเขตความมั่นคงสูงได้


อนึ่ง ธนาคารกลางศรีลังกาประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากอีก 100 จุด ขึ้นมาเป็น 15.50% และ 14.50% ตามลำดับ โดยเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยระดับสูงสุด นับตั้งแต่ปี 2544 เพื่อหวังควบคุมแรงกดดันมหาศาลจากวิกฤติเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของประเทศ หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติของศรีลังกา รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 54.6% นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ที่ดัชนีซีพีไอสูงกว่า 50%.

เครดิตภาพ : REUTERS