สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน เยือนซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรก ตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ เมื่อเดือน ม.ค. 2564
Part of the meeting of the Custodian of the Two Holy Mosques, in presence of HRH the Crown Prince, with the US President at Al-Salam Palace in Jeddah.
— SPAENG (@Spa_Eng) July 15, 2022
#SaudiUSSummit#SPAGOV pic.twitter.com/R1vWmCCAyW

หลังเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน ที่พระราชวังในเมืองเจดดาห์ ริมชายฝั่งทะเลแดง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ ไบเดนได้รับการต้อนรับจากเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า พระองค์คือ “ผู้ปกครองโดยพฤตินัยแห่งราชอาณาจักร”
HRH the Crown Prince receives the US President at Al-Salam Palace in Jeddah.
— SPAENG (@Spa_Eng) July 15, 2022
#SaudiUSSummit#SPAGOV pic.twitter.com/K5ORvi3E4m

Part of the official session of talks HRH the Crown Prince and the US President held at Al-Salam Palace in Jeddah.
— SPAENG (@Spa_Eng) July 15, 2022
#SaudiUSSummit#SPAGOV pic.twitter.com/CTMzMpdQpr
การพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันกับมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาและเสียงวิจารณ์ของหลายฝ่าย เนื่องจากสำนักงานผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐ (โอดีเอ็นไอ) เผยแพร่รายงานความยาวเพียง 4 หน้า เมื่อเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว ว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงอนุมัติด้วยพระองค์เอง ให้หน่วยงานปฏิบัติการพิเศษ “จับกุมหรือสังหาร” ของนายจามาล คาช็อกกี คอลัมนิสต์ชาวซาอุดีอาระเบีย สังกัดเดอะ วอชิงตัน โพสต์ ของสหรัฐ ซึ่งถูกฆาตกรรมภายในสถานกงสุลใหญ่ซาดุดีอาระเบีย ที่เมืองอิสตันบูล ของตุรกี เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2561
HRH the Crown Prince and the US President chair an expanded meeting at Al-Salam Palace in Jeddah.
— SPAENG (@Spa_Eng) July 15, 2022
#SaudiUSSummit#SPAGOV pic.twitter.com/IlpCbXUOJs

ทั้งนี้ ไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคดีของคาช็อกกี ในแถลงการณ์ร่วมระหว่างสหรัฐกับซาอุดีอาระเบีย ที่กล่าวถึงการยกระดับความร่วมมือ เพื่อรักษาเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงาน และ “ความสำคัญ” ของการป้องปรามไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐกล่าวหลังจากนั้น ว่าเขาหยิบยกเรื่องของคาช็อกกีขึ้นมากล่าวกลางที่ประชุมด้วย แต่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด รับสั่งว่า พระองค์ทรงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของคาช็อกกี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุม พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหมดแล้ว.
เครดิตภาพ : REUTERS



