นายธนศักดิ์ ฮุ่นตระกูล กรรมการผู้จัดการ แฟร์ดี บริษัทสตาร์ทอัพด้านอินชัวร์เทค เปิดเผยว่า บริษัทสามารถระดมทุนระดับ ซีรีส์ บี ได้ 65 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.3 พันล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในปัจจุบัน และนักลงทุนรายใหม่ ในการสานต่อการเติบโตในภาคธุรกิจอินชัวร์เทค ซึ่งเงินทุนจะนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับคนไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ในการทำงานร่วมกับบริษัทประกันภัย โบรกเกอร์ ตลอดจนเพิ่มการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตของตลาดประกันภัยในเมืองไทย และวางแผนที่จะยกระดับธุรกิจอินชัวร์เทคสู่มาตรฐานใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน

“เงินทุนก้อนนี้จะช่วยให้แฟร์ดีสามารถบรรลุคำมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สู่ตลาดประกันภัย พร้อมบริการต่าง ๆ สำหรับโบรกเกอร์และลูกค้าบริษัทในเมืองไทย โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตมากว่า 3 เท่า ทำให้ในวันนี้ แฟร์ดีตั้งเป้าสู่การเป็นบริษัทอินชัวร์เทคอันดับ 1 ของไทย และพร้อมขยายบริการ และการลงทุนให้ครอบคลุมทั่วประเทศในอนาคต”

นายธนศักดิ์ กล่าวต่อว่า บริษัทมุ่งมั่นเพิ่มการลงทุนในตลาดเมืองไทย รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่น และมาตรฐานบริการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นมาตรฐานด้านเวลาในการออกใบเสนอราคา และกรมธรรม์ให้กับอุตสาหกรรม บริษัทยังเปิดใช้ระบบให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้นายหน้าอิสระสามารถเพิ่ม อัตราการตอบสนองของลูกค้าได้มากขึ้น และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ภายในปีนี้บริษัทจะดำเนินการสรรหาบุคลากรล อีกมากกว่า 50 คน ทั้งฝ่ายผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด และฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อร่วมขยายฐานที่มั่นคงไปด้วยกัน

ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกทำให้คนตระหนักถึง ความสำคัญของประกันภัยกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งแฟร์ดีเล็งเห็น ถึงโอกาสที่จะได้ทำงานร่วมกับผู้ถือประโยชน์หลายฝ่ายในตลาดประกันภัย ทั้งพันธมิตรบริษัทประกันภัย โบรกเกอร์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อเพิ่มอัตราการครอบครอง และเข้าถึงประกันภัยในไทยได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดธุรกิจประกันภัยที่มีผู้บริโภคมากที่สุด โดยประเทศไทยมีโบรกเกอร์ประกันภัยทั่วไปมากกว่า 150,000 ราย และมากกว่า 70% เป็นนายหน้าอิสระ ซึ่งนายหน้าอิสระเหล่านี้ดำเนินงานแบบวิสาหกิจรายย่อยและมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองความต้องการด้านการประกันภัยของชุมชนต่าง ๆ ในประเทศ

อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีโอกาสในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยและบริการที่หลากหลาย แฟร์ดีเห็นถึงปัญหาและต้องการพัฒนา เราจึงสนับสนุนนายหน้าอิสระเหล่านี้ผ่านการใช้เครื่องมือดิจิทัลและการฝึกอบรม เพื่อการนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์ที่มอบให้แก่ลูกค้า มากไปกว่านั้นวิธีการนี้จะช่วยให้นายหน้าอิสระสามารถแข่งขันได้มากกว่า เพิ่มรายได้ได้มากขึ้น และเอื้อให้ลูกค้าชาวไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลายมากที่สุด